http://www.herbsuper.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ03/09/2010
อัพเดท27/02/2013
ผู้เข้าชม156,737
เปิดเพจ245,919

สมุนไพรไทย มรดกบรรพชนคุณค่าควรคู่สุขภาพ

สมุนไพรหลากหลายชนิดที่คุณต้องการรวมกันที่นี่

ปลาไหลเผือก มหัศจรรย์แห่งสมุนไพรเพื่อศักยภาพความเป็นชายที่สมชาย

ตำรายา "สมุนไพร"โบราณอยู่ที่นี่

"สมุนไพร"ข้อมูลจำเพาะที่คุณควรรู้

วิธีการเก็บสมุนไพร ตามสูตรโบราณ

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้ (ตอนที่1)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้ (ตอนที่2)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่3)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่4)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่5)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(คอนที่6)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่7)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่8)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่9)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่10)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่11)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่12)

ผลิตภัณฑ์กาแฟสมุนไพรสำหรับผู้ชายสุดยอดความเป็นชายเพื่อคุณ

เกร็ดความรู้เรื่องเครื่องยาหลัก ๆ

สุดยอดสมุนไพรมหัศจรรย์

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่10)

1.        ต้นว่ายหอยแครง

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Haemanthus  multiflorus

วงศ์  AMARYLLIDACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  ว่านแสงอาทิตย์  ว่านหอยแครง ทางพายัพเรียกว่านกระทุ่ม  จีนเรียก  ทั้งเต้ง

ลักษณะ  ต้นว่านหอยแครง  เป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน  ใบโตแข็งยาว  ปลายใบแหลมคล้ายใบสับปะรดหรือต้นป่านรามี  แต่เล็กกว่ามาก  หน้าหรือบนใบสีเขียวเข้ม  ท้องใบมีสีม่วงแดงเหมือนกันทุกใบ  ดอกออกเป็นรูปมีลักษณะคล้ายหอยแครง  (ด้วยการที่ดอกมีรูปร่างเหมือนหอยแครง  จึงพากันเรียกว่า  ว่ายหอยแครง)  มีดอกเล็ก ๆ  ขาว ๆ  ออกทางปากของรูปหอยแครงอีก  สวยงามน่าดู

การเจริญเติบโต  :  มีปลูกกันตามบ้านเรือนและตามป่าทั่วไป  ป่าเบญจพรรณ  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการแยกหน่อ

ประโยชน์  :  ปลูกกันเป็นไม้ประดับ  เพราะดอกสวยงาม  ต้นให้สีสรรงามน่าดู

สรรพคุณ  :  ใบสด ๆ  สัก  1 – 3  ใบ  นำมาต้มกับน้ำ  จะมีสีแดงคล้ายด่างทับทิม  พอเดือดแล้วหรือยังไม่เดือดก็ตาม  เติมน้ำตาลกรวดลงไปเล็กน้อย  แล้วเราเอาน้ำนั้นมารับประทาน  แก้อาเจียนเป็นโลหิต  แก้ไอ  แก้ปอดและหลอดลมอักเสบ  แก้ร้อนในกระหายน้ำ  แก้ฟกช้ำภายในเนื่องจากตกจากที่สูง  หรือหกล้มฟาดถูกของแข็ง  เป็นต้น

 

2.        ต้นหัวร้อยรู

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Hydnophytum  Formicarium

วงศ์  RUBIACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ ไปเรียก  หัวร้อยรู  จังหวัดตราดเรียก  ปุ่มฟ้า

ลักษณะ  หัวร้อยรู  เป็นหัวใหญ่กลมโตขนาดผลมะพร้าวห้าว  หรือใหญ่กว่าก็มีแล้วแต่อายุของไม้นั้น  ได้จากต้นกระเช้าผีมด  ซึ่งมีใบเล็กยาวลักษณะคล้ายใบพายที่พายเรือ  มักอาศัยเกาะอยู่ตามต้นและกิ่งไม้ใหญ่ ๆ  ซึ่งเรามองดูจะมีลักษณะเหมือนคนคอพอก  เมื่อเก็บเอาลงมาดูแล้ว  ผ่าออกดูจะเห็นภายในผลเป็นรูพรุนย้อนมาตลอดทั้งหัวภายในหัวร้อยรูจะมีมดดำตัวเล็ก ๆ  เข้าไปอาศัยอยู่เต็มไปหมด  เวลา  จะใช้ต้องเอาหัวไปแช่น้ำทิ้งไว้จนกว่าจะออกไปหมด

การเจริญเติบโต  :  หัวร้อยรู  อาศัยเกิดจากต้นกระเช้าผีมด  ถือเป็นไม้พวกกล้วยไม้  อาศัยต้นไม้อื่น ๆ  เกาะอยู่  จึงจะเจริญงอกงามไปได้

สรรพคุณ  :  หัวปรุงรับประทานเป็นยาบำรุงหัวใจ  ขับเส้นชีพจรได้ดีมาก  ขับพยาธิในท้อง  ปรุงเป็นยาแก้พิษในข้อในกระดูก  เช่น  พิษประดง  เป็นต้น  ปรุงเป็นยาแก้เข้าข้อ  และข้อเท้าปวดบวม  เนื่องจากมีมดดำเข้าไปอาศัยอยู่ในหัวร้อยรูเป็นจำนวนมาก  จึงเรียกต้นไม้นี้ว่า  กระเช้าผีมด  เมื่อผ่าออกดูมีรูพรุนไปทั้งหัว  จึงเรียกว่าหัวร้อยรู

 

 

3.        ต้นหางกระรอก

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Uraria  Picta

วงศ์  LEGUMINOSAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  หางกระรอก  หางอ้น  หางหมาจอก

ลักษณะ  ต้นหางกระรอก  เป็นไม้ล้มลุกขนาดย่อม  เป็นต้นไม้ไม่ใคร่มีกิ่งก้าน  ลำต้นสากคาย  มีขนอยู่แทบทุกส่วนของต้น  ดอกเป็นพู่ยาวประมาณ  15 – 20  มิลลิเมตร  ช่อแน่น  ยาว  15-20  เซนติเมตร  ดอกมีสีชมพูปนม่วง  ใบมีสีเขียวยาวรี  มีแนวขาวกลางใบ

การเจริญเติบโต  :  มีเกิดตามป่าโปร่ง  ป่าโล่ง

ประโยชน์  :  เรามักจะปลูกกันเป็นไม้ประดับ  เอาไว้ดูเล่น

สรรพคุณ  :  รากฝนกันสุราหรือน้ำมะนาว  รับประทานและทาด้วย  แก้อสรพิษขบกัด

 

4.        ต้นหางจระเข้

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Aloe  indica

วงศ์  :  LILIACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียกต้นหางจระเข้  ว่านหางจระเข้  จีนเรียก  น่าเต๊า

ลักษณะ  ต้นหางจระเข้  เป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน  กลบใหญ่ยาวประมาณ  1  ฟุต  ใบหนาแข็งและยาว  ภายในใบเป็นวุ้นเมือก ๆ  ริมใบสองข้างมีหนามแหลมตามครีบใบ  โคนใบใหญ่  ปลายใบแหลม  ใบสีเขียวต้นอ่อน  มีเมล็ดกระเป็นประขาว ๆ  ที่ใบ  ถ้าต้นแก้จัดจวนจะมีดอกกระหรือประขาวก็จะจางหายไป  ภายในใบมีวุ้นและเมือกแผ่ออกโคนต้นพ้นดินเล็กน้อย  มีก้านแข็งแทงขึ้นมาจากกาบกลางต้น  ตรงโคนต้นเป็นก้านแข็ง  ต้นสูงประมาณ  3-4  ฟุต  มีดอกตอนกลางถึงปลายยอดคล้ายดอกซ่อนกลิ่นตูม ๆ  มีสีสลับเหลืองและแดง  งามน่าดู  แต่ไม่ค่อยจะได้พบเห็นดอกกันหนัก  เพราะนาน ๆ  จึงจะออกดอกสักครั้งหนึ่ง

การเจริญเติบโต  :  มีปลูกกันตามบ้านและสวนบ้านหมอไทยและหมอจีนทั่วไป  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการแยกหน่อ

สรรพคุณ  :  เหง้าและราก  ต้มเอาน้ำรับประทานแก้หนองใน  วุ้นในใบ  ฝานให้กลมทาปูนแดง  ปิดขมับ  ทำให้เย็นดูดพิษ  แก้ปวดศีรษะได้ดีมาก  วุ้นในใบจากโคนก้านใหญ่  ผลิตทำเป็นยาดำ  และนำมาใช้รับประทานเป็นยาถ่ายได้ดีมาก  และเราก็เรียกกันติดปากว่า  แทรกเป็นยาดำ  วุ้นที่เรารีดจากใบ  นำมาผสมกับสารส้มรับประทานแก้โรคหนองใน

 

 

5.        ต้นหางนกยูงฝรั่งดอกแดง

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  :  Delonix  regia

วงศ์  LEGUMINOSAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  หางนกยูง  หางนกยูงฝรั่ง  หางนกยูงฝรั่งดอก  ทางพายัพเรียก  ซมพอหลวง  ทางภาคใต้เรียก  หงอนยูง

ลักษณะ  ต้นหางนกยูงฝรั่ง  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง  ลำต้นเกลี้ยงเกลา  กิ่งก้านแผ่แจ้  ใบเล็กฝอย  คล้ายหางนกยูงไทย  ดอกออกเป็นช่อสีแดง  เวลาออกดอกจะทิ้งใบเหลือแต่ดอกเต็มต้นงามน่าดูทีเดียว  เวลาลมพัดแรง ๆ  ดอกจะปลิวไสว  ร่วงจากต้นแลดูงามน่าดูเช่นกัน  มีฝักโตยาวประมาณ  1  ฟุต  ฝักแบนใหญ่ราวไม่เกิน  2  นิ้วฟุต  มีเมล็ดคั่นอยู่ในฝักเป็นตอน ๆ 

ประโยชน์  :  เมล็ดของมันในฝัก  ต้มสุกแล้วเอาเยื่อขาวที่หุ้มเมล็ดออก  ทำเป็นอาหารรับประทานได้  ต้มเอามาปลูกเป็นไม้ประดับสวยงามดี

การเจริญเติบโต  :  เดิมเข้าใจว่าเป็นไม้มาจากต่างประเทศ  จากเกาะมากามัสกา  อเมริกา  แต่ได้ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยช้านานแล้ว  ปลูกก็ง่าย  ขึ้นได้ในดินทุกชนิด

                ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

สรรพคุณ  :  ราก  ปรุงเป็นยาขับโลหิตระดูของสตรี  แก้บวมต่าง ๆ  เช่นการบวมในโรควัณโรคที่ตายแล้ว  เอามาทอดเป็นอาหารรับประทานได้  มีรสอร่อยดีมาก  หายากและขณะนี้มีราคาแพง

                ใช้ได้ทั้งต้น  มีรสจืดเย็น  ใช้แก้พิษร้อน  ถอนพิษสัตว์กัดต่อย

 

6.        ต้นหูกวาง

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Terminalia  Catappa,  Linn

วงศ์  COMBRETACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วไปเรียก  หูกวาง  ภาคใต้เรียก  โคน  คัดมือหลุมบัง  พายัพเรียก  ตาปัง

ลักษณะ  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง  มีกิ่งก้านแตกแผ่ออกไปรอบต้นเป็นชั้น ๆ  ดูคล้ายฉัตร  ถ้าต้นงามจะแตกแผ่ออกเป็น  2-3  ชั้น  สวยดี  ใบโตใหญ่  รูปลักษณะคล้ายหูของกวางจริง ๆ แต่โตกว่าหูของกลาง  จึงเรียกว่าต้นหูกวาง  ใบเขียวแก่และหนา  ใช้เป็นไม้ร่มดี  ดอกเป็นช่อเล็กๆ ยาวๆ  เหลืองๆ  มีผลเกิดจากดอกกลมแบน ๆ  มีสันขึ้นเป็นปีกโดยรอบ  เมล็ดในโต  รับประทานได้เป็นอาหาร

การเจริญเติบโต  :  เป็นไม้ที่เกิดตามป่าราบทั่ว ๆ  ไป  ปลูกตามบ้านตามวัด  เป็นร่มบังแดดได้ดี  เพราะใบมีพุ่มงาม  ขึ้นได้ในดินทุกภาคของประเทศไทย  ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ประโยชน์  :  ใช้เป็นไม้ร่มได้ดีมาก  แต่ไม่ใคร่มีใครปลูกใกล้ตัวอาคารบ้านเรือน  ยิ่งเป็นตึกยิ่งไม่น่าปลูก  เพราะเป็นไม้โตเจริญเร็ว  รากจะดันตัวอาคารทำให้ตัวอาคารแตกหรือร้าวเสียหายหมด 

                ใบแก่ให้สีขี้ม้าและนำมาใช้ในการย้อมผ้าได้

                เมล็ด  นำเอามาทำเป็นอาหารรับประทานได้  ต้นหูกวางนี้  มีชื่อทางการค้าว่า  Indian  almond

                ใช้รับประทานเป็นยาแก้ขัดเบา  แก้ช้ำรั่ว  แก้นิ่ว

 

7.        ต้นอ้อย

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Saccharum  Offcinarum

วงศ์  GRAMINEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ  ไปเรียก  อ้อย

ลักษณะ  ต้นอ้อย  เป็นไม้ล้มลุกจำพวกต้นอ้อ  ต้นแขม  ลำต้นเป็นปล้อง ๆ  มีข้อคั่นระหว่างปล้อง  เนื้อไม้ตรงปล้องอ่อนกว่าเนื้อไม้ตรงข้อ  มีตาอยู่ที่ข้อ  2  ข้างสลับกัน  เราบีบเอาน้ำตาลได้จากเนื้อไม้ตรงปล้องได้น้ำตาลมากกว่าตรงข้อ  เปลือกต้นมีสีเหลือง  มีรสขมหวาน  ลำต้นสูงประมาณ  6-7 ฟุต  ใบเล็กยาวเรียวแหลม  ดอกออกเป็นฝอยคล้ายดอกข้าวฟ่าง

ประโยชน์  :  ต้นอ้อยใช้ในงานมงคล  และใช้ในพิธีแต่งงานตามพิธีของจีนหมายถึงสูง  ให้มีความยืนนาน  น้ำในลำต้นที่ปล้องซึ่งบีบคั้นออกมาได้มีรสหวาน  นำมาเคี่ยวทำเป็นน้ำตาลอ้อย

การเจริญเติบโต  :  ปลูกขึ้นในดินทั่วประเทศไทย  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการตัดต้นปักชำ

สรรพคุณ  :  น้ำอ้อย  รับประทานแก้เสมหะ  หืดไอ  แก้ไข้สัมปะชวน  แก้นิ่ว  แก้ขัดเบา  แก้ช้ำรั่ว  บำรุงธาตุน้ำ ทำให้เกิดกำลัง  ทำให้เกิดน้ำมูตร

 

8.        ต้นอังกาบสีปูน

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Crossandra  Undulaefolia

วงศ์  ACANTHACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  อังกาบสีปูน

ลักษณะ  เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดย่อม  ต้นสูงประมาณ  2  ฟุตเศษ  ใบเล็กป้อม  ปลายแหลมคล้ายใบพริก  แต่ใหญ่กว่าใบพริก ก้านดอกออกเป็นชั้น ๆ  ตรงขึ้นไป  คล้ายดอกซองแมว  สีของดอกเป็นสีปูน  จึงเรียกว่าอังกาบสีปูน  ออกทางปลายช่อดอก  และดูงามน่าดู

ประโยชน์  :  ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ  ไม้นี้เข้าใจว่าเดิมคงเป็นพันธุ์ไม้จากต่างประเทศ

การเจริญเติบโต  :  ขึ้นได้ในดินทุกชนิด  และมีทุกภาคของประเทศไทย  ขอให้เป็นดินชุ่มชื้นบ้าง  ไม่แห้งแล้วก็แล้วกัน

สรรพคุณ  :  ใช้รากปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ  และเป็นยาขับประจำเดือนของสตรีแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย

 

9.        ต้นอัคคีทวาร

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Clerodendron  Serratam

วงศ์  VERBENACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ  ไปในไทยเรียก  อัคคีทวาร

ลักษณะ  เป็นไม้ล้มลุกยืนต้นขนาดย่อมถึงขนาดใหญ่  โคนใบเล็กตอนปลายใบ  ใบยาว  ริมใบเป็นจักห่าง ๆ  ปลายใบแหลมมน  มียอดแหลมเล็กน้อย  มีรูปคล้ายใบระย่อมหรือใบเข็ม  มีดอกออกเป็นช่อสีขาว ๆ  แดง ๆ  งามน่าดู  ลำต้นเป็นพุ่มสูงประมาณไม่เกิน  3-5  ฟุต

การเจริญเติบโต  :  มีปลูกกันทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย  ตามบ้านหมอไทย  ตามวัดวาอารามก็มีปลูกกันบ้าง

ประโยชน์  :  ปลูกกันเป็นไม้ประดับ  ใบ  ให้สัตว์พาหนะเช่นวัวควายที่เป็นโรคกระเพาะกินหาย

สรรพคุณ  :  ใบสด  ให้หญิงเพิ่งคลอดบุตรรับประทาน

                ใบแห้งหรือสด  ป่นเผาเอาควันรมหัวริดสีดวงทวารหนัก

                ใบและต้น  ตำพอกรักษากลากเกลื้อน  พอกแก้แวดศีรษะเรื้อรัง  แก้ขัดข้อและดูดหนอง  ต้นรับประทานแก้เสียดท้อง

                ผลสุก ๆ  หรือดิบ ๆ  ก็ได้  นำมาเคี้ยวค่อย ๆ  กลืนกินแต่น้ำลาย  แก้ไอ  แก้เยื่อตาอักเสบ

                รากและต้น  นำมาฝนกับน้ำใช้ทาหัวริดสีดวง  ใช้เกลื้อนหัวริดสีดวงหรือจะใช้รากหรือต้นป่นเป็นผงโรยในเตา  ใช้ควันรมหัวริดสีดวงก็ได้  ทำให้ยุบและฝ่อแห้งไป

                ราก  เอามาผสมกับขิงและลูกผักชี  ต้มกินแก้คลื่นเหียนอาเจียน  ทำให้เสียงดี

 

10.    ต้นอัญชันขาว

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Clitoria  Ternatea,  Linn

วงศ์  LEGUMINOSAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่ว ๆ  ไปเรียก  อัญชัน  อัญชันขาว

ลักษณะ  :  ต้นอัญชันขาว  เป็นไม้เถาล้มลุกเครือ  เลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้และที่ต่าง ๆ  ใบกลมโตขนาดใบเกล็ดหอยใหญ่  มีลักษณะคล้ายใบพุทราแต่เล็กกว่าใบพุทรา  ใบบางกว่าใบพุทรา  สีเขียวอ่อนกว่าสีของใบพุทรา  ใบย่อยมี  3  ใบ  ดอกมีรูปร่างคล้าย  เปลือกหอยแครง  มีฝักแบนๆ  คล้ายกับฝักของหางนกยูงไทย

ประโยชน์  :  ดอกสด ๆ  นำมาทำเป็นเครื่องเสริมสวย  ใช้ทาหรือละเลงศีรษะเป็นยาปลูกผมได้

การเจริญเติบโต  :  เกิดขึ้นตามที่ลุ่มต่ำแฉะทั่ว ๆ  ไป  ขึ้นได้ในดินทุกชนิดปลูกก็ง่าย  ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

สรรพคุณ  :  ราก  มีรสเย็นจืด  นำมาปรุงเป็นยาบำรุงดวงตา  ทำให้ตาสว่างแก้ตาฟาง  ตาแฉะ  ตามืดมัว  ปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ  แก้ปัสสาวะพิการ  รากเอามาถูฟัน  ทำให้ฟันทน  แก้ปวดฟัน

 

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view