http://www.herbsuper.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ03/09/2010
อัพเดท23/06/2017
ผู้เข้าชม323,733
เปิดเพจ555,729

สมุนไพรไทย มรดกบรรพชนคุณค่าควรคู่สุขภาพ

สมุนไพรหลากหลายชนิดที่คุณต้องการรวมกันที่นี่

ปลาไหลเผือก มหัศจรรย์แห่งสมุนไพรเพื่อศักยภาพความเป็นชายที่สมชาย

ตำรายา "สมุนไพร"โบราณอยู่ที่นี่

"สมุนไพร"ข้อมูลจำเพาะที่คุณควรรู้

วิธีการเก็บสมุนไพร ตามสูตรโบราณ

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้ (ตอนที่1)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้ (ตอนที่2)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่3)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่4)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่5)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(คอนที่6)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่7)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่8)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่9)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่10)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่11)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่12)

ผลิตภัณฑ์กาแฟสมุนไพรสำหรับผู้ชายสุดยอดความเป็นชายเพื่อคุณ

เกร็ดความรู้เรื่องเครื่องยาหลัก ๆ

สุดยอดสมุนไพรมหัศจรรย์

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่9)

1.        ต้นสลัดไดบ้าน

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Euphorbia  Trigona  Haw

วงศ์  EUPHOBIACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วๆ ไปเรียก  สลัดได  สลัดไดบ้าน

ลักษณะ  ต้นสลัดไดบ้าน  เป็นต้นไม้พุ่มขนาดใหญ่หรือไม้ยืนต้นขนาดย่อมที่ใช้ลำต้นเป็นใบไปในตัว  เป็นไม้จำพวกต้นกระบองเพ็ชร  พญาไร้ใบขึ้นเป็นกอใหญ่  มีหนามทั้งต้น  ลำต้นมักเป็นสี่เหลี่ยม  มีหนามแหลมคม  มีดอกสีแดงเล็ก ๆ  ลักษณะคล้ายตั๊กแตนตำข้าว  ออกตามครีบของเหลี่ยมต้น  แต่นาน ๆ  จึงจะออกดอกสักครั้งหนึ่ง

การเจริญเติบโต  :  เป็นไม้ที่ชอบขึ้นตามโขดเขาและที่ทรายริมทะเล  เป็นไม้ที่ทานต่อความร้อนได้ดีที่สุด  เจริญเติบโตได้ด้วยน้ำค้างอย่างเดียวก็อยู่ได้  ขยายพันธ์ด้วยการแยกหน่อ

ประโยชน์  :  ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ  และปลูกไว้ชมเล่นตามบ้าน

สรรพคุณ  :  ยางที่กรีดออกมาเป็นพิษ  ผู้ใดรับประทานเข้าไปจะมีอาการมึนเมา  ท้องร่วง  อาจถึงตายได้  ถ้าจะนำมาใช้ต้องตุ๋นเสียก่อน  ใช้ผสมเป็นยาถ่ายอย่างแรง  และใช้เวลาต้องมียาอื่นคุมอยู่ด้วย

                ต้น  นำมาดองกับมะกรูด  เป็นยาดองเปรี้ยวดองเค็ม  รับประทานแก้กษัย  น้ำเบาพิการ  แก้ระดูขาวเป็นพิษ  ทำให้ท้องระบายอ่อน ๆ ต้นสลัดไดนี้  เผาให้เป็นถ่าน  เอาแช่น้ำด่าง  รับประทานแก้ฟกบวม  แก้จุกเสียด  แก้ผอมเหลือง  แก้อัมพาต  แก้หืด  ไอ  เจริญไฟธาตุ แก้พรรดึก

                น้ำของด่างสลัดได  เอามาผสมกับน้ำด่างอื่น ๆ  เช่นด่างโคกกระสุน  ด่างมะกล่ำตาช้าง  ด่างประยงค์ และสารส้ม  เป็นยาขับปัสสาวะได้ดี  ต้นสลัดได  ถ้าเราปลูกไว้นาน ๆ  ตั้งแต่  10  ปีขึ้นไป  ถ้าแก่ตายแล้วผ่าออกมาดูแก่น  จะพบว่าเป็นแก่นกระลำพัก  มีรสขม  และมีกลิ่นหอมปรุงเป็นยาแก้ไข้ได้ดีมาก

 

2.        ต้นสะตือ

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Crudia  Chrysantha,  K. Schum

วงศ์  :  LEGUMINOSAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก สะตือ  ทางจังหวัดสุโขทัย  ประดู่ขาว

ลักษณะ  ต้นสะตือ  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่  โตขนาดประดู่  ใบเป็นพุ่มกว้างทึบมาก  มีดอกขาว ๆ  ยาวประมาณ  2 -5  มิลลิเมตร  ออกเป็นช่อรวมยาว  ประมาณ  5 – 15  เซนติเมตร  กว้าง  4  เซนติเมตร  ทั้งดอกและผลดกมาก

การเจริญเติบโต  :  มีเกิดตามลำน้ำทางภาคกลาง  และภาคอีสาน  มีมาก  ภาคอื่น ๆ  ไม่ค่อยมี  ตามวัดก็มีปลูกมาก  ขึ้นได้ในพื้นดินธรรมดา  ขยายพันธ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือการตอนกิ่งก็ได้

ประโยชน์  :  ใช้เป็นไม้ร่วมได้ดี  เพราะใบเป็นพุ่มกว้าง  ใช้ต้นทำครก  สาก  กระเดื่อง  และเครื่องใช้ต่าง ๆ

สรรพคุณ  :  ใช้ได้ทั้งต้น  เอาทั้งต้นซึ่งเรียกว่าทั้งห้า  ปรุงต้มเป็นยาแล้วเอาน้ำกินและอาบ  รับประทานครั้งละ  1  ถ้วยชา  แก้ไข้หัว  หัดหลบลง  ลำไส้  เหือด  ดำแดง  สุกใส  ฝีดาษ  แก้ไข้หัวทุกชนิด

3.        ต้นสำมะงา

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Clerodendron  Nerifolium, Wall.

วงศ์  VERBENACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ ไปเรียก  สำมะงา  จังหวัดฉะเชิงเทราเรียก  สามพันหว่า  จีนเรียก  เช่าอึ้งเต็ง

ลักษณะ  ต้นสะงา  เป็นไม้พุ่มหรือไม้เถายืนต้นเนื้อแข็ง  ใบหนาแข็งโต  ขนาดใบต้นคูนหรือใบมะตม  ปลายใบแหลม  ถ้าเอามาขยี้ดมดูจะมีกลิ่นเหม็นเขียว  มีดอกโตขนาดปลายนิ้วก้อย  ออกเป็นช่อเล็ก ๆ  สีม่วงแดง  หรือขาวปนแดงเรื่อ ๆ  มีผลกลมโตคล้ายผลมะแว้ง

การเจริญเติบโต  :  เป็นไม้ที่ขึ้นตามที่ลุ่มต่ำแฉะ  และมักจะปลูกกันมากตามสวนยาจีนหรือตามบ้านทั่วๆไป  เพราะชาวจีนนิยมใช้ใบทำยามากกว่าชาวไทย  และก็มักจะปลูกไว้ขายเป็นเครื่องยาสด  การขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

สรรพคุณ  :  ใบ  ต้มเอาน้ำอาบแก้โรคผิวหนัง  แก้ผื่นคันได้ดีมาก  แก้เหือดหัด  อีสุกอีใส  ฝีดาษ  และไข้จำพวกมีหัวทุกชนิด

 

4.        ต้นสังกรณี

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Barleria  Strigosa,  Willd.

วงศ์  ACANTHACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วไปเรียก  สังกรณี  ทางพายัพเรียก  หญ้าหงอนไก่

ลักษณะ  ต้นสังกรณีเป็นไม้ล้มลุกจำพวกต้นหญ้า  ต้นเตี้ยแจ้แผ่ไปบนพื้นดิน  ลำต้นสูงประมาณ  3-4  ฟุต  ลักษณะของใบคล้ายกับใบต้อยติ่งเครือ  มีดอกและเมล็ดออกจากข้อของต้นข้อ  ใบออกเป็นคู่ ๆ  โคนเล็กปลายโตมีลักษณะเช่นเดียวกับต้อยติ่งหรือรูปปิ่นปักผม  หรือดอกพุดตูม  (ต้นสังกรณีนี้  บางคนจะเรียกผิดว่าเป็นอังกาบฝรั่ง)  เป็นไม้ที่เจริญในฤดูฝน  แต่จะโทรมในฤดูแล้ง

การเจริญเติบโต  :  มีขึ้นตามป่าชายทะเล  และมีปลูกกันทั่วๆ ไป  ตามบ้านก็มีมาก  ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ขยายพันธุ์ด้วยการแยกต้นหรือปักกิ่งชำก็ขึ้นได้

สรรพคุณ  :  ราก  ใช้ปรุงเป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ  ดับพิษไข้ทั้งปวง  ถอนพิษไข้กาฬ  ลดความร้อนในร่างกาย

 

5.        ต้นสิงหโมราใบแดง

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Cyrtosperma  Johnsonii  N.E.  Br.

วงศ์  ARACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  สิงหโมรา  ผักหนามแดง  ผักหนามฝรั่ง

ลักษณะ  ต้นสิงหโมราใบแดง  เป็นไม้จำพวกผักหนามหรือบอน  ใบคล้ายใบผักหนาม  แต่ใหญ่กว่ามาก  ตามกาบต้นจนถึงขั้วใน  มีหนามเล็ก ๆ  แหลมคมตลอดทั้งกาบ  ใบเขียว  และลายเส้นภายในเป็นสีแดง  ชนิดใหญ่จะใหญ่เท่าเกือบต้นกระดาด

ประโยชน์  :  ปลูกไว้เป็นไม้ประดับ  ตามชนบทถือเป็นไม้มีอำนาจป้องกันภูตผีปีศาจได้  และจะปลูกกันมากทีเดียว

การเจริญเติบโต  :  ปลูกกันทั่วไป  ขึ้นได้ในดินธรรมดาทุกชนิด  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการแยกหน่อ

สรรพคุณ  :  เอากาบต้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ  นำมาดองกับสุรา  ทำเป็นทิงเจอร์รับประทาน  เป็นยาเจริญอาหาร  บำรุงโลหิต  แก้โรคโลหิตจาง  ซูบซีดเป็นลมวิงเวียน

 

6.        ต้นสุรามะริด

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Cocculus  Laurifolius, DC

วงศ์  MENISPERMANCEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ  ไปเรียก  สุรามะริด

ลักษณะ  ต้นสุรามะริด  เป็นต้นไม้ขนาดเล็ก  ผิวลำต้นสีหม่น  กิ่งก้านมีสีแดง  เปลือกบาง  แข็งเปราะ  ใบยาว  ประมาณ  5-10  เซนติเมตร  ใบบิด  ขอบใบคม  ดอกเป็นสีขาว  เกสรดอกก็มีสีขาว  ผลกลมแข็งเมล็ดในแบ่งออกเป็น  3 กลีบ

การเจริญเติบโต  :  ขึ้นได้ในดินทุกชนิด  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่งก็ได้

สรรพคุณ  :  ใบนำมากลั่นเอาน้ำมัน  ซึ่งเราเรียกกันว่าน้ำมันเขียว ที่เรารู้จักกันทั่ว ๆ ไป  นำมาใช้ทาภายนอก แก้ลมขัดข้อ  ฟกซ้ำ  แก้เส้นกระตุก  ขับโลหิตให้ขึ้นสู่ผิวหนัง

 

7.        ต้นแสยกลาย

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Pedilanthus  tithgmaloides

วงศ์  EUPHORBIACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ  ไปเรียก  แสยก  แสยกลาย  มหาประสาน

ลักษณะ  เป็นต้นไม้เล็ก ๆ  เนื้ออ่อน  ลำต้นอวบอ้วน  ต้นตั้งตรงลำต้นเป็นข้อมีกิ่งก้านชะลูดตามลำต้น  ใบแข็งกลม ๆ  หนา ๆ  มีลายเขียวลายขาวเป็นมัน  ยางของมันมีสีขาวคล้ายกับยางสลัดได  ต้นจะสูงประมาณ 2-3 ฟุต  ยางของมันมีอยู่ที่ลำต้นมาก

การเจริญเติบโต  :  ต้นแสยกนี้เข้าใจว่าเป็นถิ่นร้อน  และเป็นไม้ที่ทนทานต่อดินฟ้าอากาศ  ทนแดดทนฝน  ปลูกก็ง่าย  เลี้ยงก็ง่าย  ไม่ต้องประคบประหงมดูแลมากมายนัก  มีความเจริญเป็นช่วงๆ แบบซิกแซ็ก  เป็นไม้ที่เปราะง่าย  ขึ้นได้ในดินทุกชนิด  ถ้าจะปลูกก็ควรให้มีกรวดทรายบ้างจะได้ระบายน้ำได้  ขยายพันธุ์ด้วยการแยกต้นหรือจะตัดปักก็ขึ้นได้

ประโยชน์  :  มักจะปลูกกันเป็นไม้ประดับเป็นรั้วขอบสนาม  ต้นแสยกนี้จระเข้กลัว  ถ้าเอาต้นแสยกนี้ไปทิ้งไว้ในบริเวณที่มีจระเข้ชุม  มันจะหนีไปหมด  ยางใช้เบื่อปลาได้  เพราะเป็นพิษ

สรรพคุณ  :  ใบ  ตำใส่แผลสด  ใช้ประสานเนื้อ  เป็นยาแก้พยาธิฝ้าย  คือพยาธิด่างตามตัว

                       ยอด  ใส่แผลสด

 

8.        ต้นโสน

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Sesbania  aculeata

วงศ์  LEGUMINOSAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วไปเรียก  โสน  โสนดอกเหลือง  ทางพายัพเรียก  ผักฮองแฮง

ลักษณะ  ต้นโสน  เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง  ลำต้นสูงตั้งตรง  เปราะ  มีกิ่งก้านตอนบนบ้างเล็กน้อย  ใบเล็กเป็นฝอย  คล้ายใบมะขามไทยหรือใบกระถิน  มีฝักเล็กยาวคล้ายฝักถั่วเขียว  แต่ยาวกว่าฝักถั่วเขียว  ลำต้นสูงประมาณ  2-3  เมตร  มีดอกสีเหลือง ๆ  ดอกเล็กมีลักษณะคล้ายดอกแคหรือดอกถั่ว  ต้นโสนนี้เป็นไม้ไม่มีแก่น  มีตัวหนอนเจาะกินในลำต้นอยู่  พอต้นตายแล้ว  ลองเอาต้นมาผ่าออกดู  จะพบตัวหนอนสีขาว  ลำตังอวบอ้วนสะอาด  ตัวหนอนนี้เราเรียกว่าด้วงโสน

การเจริญเติบโต  :  ต้นโสนนี้เป็นไม้อยู่ในตระกูลปาปิโอนิอี  มีปลูกกันตามพื้นที่ลุ่มและเรือกสวนไร่นา  เป็นไม้ที่ขึ้นง่าย  ไม่ต้องทำนุบำรุงมากมาย  หรือเกือบจะเรียกว่าไม่ต้องทะนุบำรุงเลย  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด

ประโยชน์  :  ต้นโสนนี้เราใช้ดอกรับประทานเป็นอาหารได้ทั้งคาวและหวาน  เช่น  เราเอามาทำขนมเรียกว่า  ขนมดอกโสน  หรือเอาดอกมาจิ้มน้ำพริกก็ได้  ตัวหนอนที่เกิดจากต้นโสน

 

9.        ต้นหญ้างวงช้าง

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Heliotropium  indicum

วงศ์  BORAGINACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  หญ้างวงช้าง  ทางภาคพายัพเรียก  หญ้างวงช้าน้อย  จีนเรียก  เฉียวพีเช่า

ลักษณะ  ต้นหญ้างวงช้าง  เป็นต้นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อนเล็ก ๆ  จำพวกต้นหญ้าลำต้นสูงไม่เกิน  1  ฟุต  ใบและต้นคล้ายต้นผักโขมหิน  ใบเขียวสดหนาเป็นขนลาย  และอ่อนนุ่ม  โตขนาดใบผักโขมหินหรือใบหูเสือขนาดใหญ่ดอกออกเป็นช่อยาวแบบม้วน  ปลายงอนขึ้นไปเหมือนหญ้างวงช้าง  มีดอกสีขาว ๆ  เล็ก  สลับขึ้นไปจนถึงปลายงวงที่แอ่นม้วนขึ้น  งามน่าดู

การเจริญเติบโต  :  ไม้นี้เจริญงอกงามในฤดูฝน  ขึ้นดีในดินที่ชุ่มชื้นแฉะและที่ดินเย็น  พอถึงฤดูแล้งก็โทรม  มีปลูกกันตามวัดวาอารามทั่วไป  ตามสวนยาไทยและยาจีนก็มักจะปลูกกัน  ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อมาปลูก

ประโยชน์  :  ปลูกเป็นไม้ประดับดูแล่นแล้ว  เข้ามักจะใช้เสี่ยงทายว่าปีไหนน้ำมาก  ต้นสูงเจริญงอกงามดี  ถ้าน้ำน้อย  ต้นจะต่ำไม่สูง

สรรพคุณ  :  ใช้ทั้งต้นเป็นยาเย็น  แก้พิษตานทราง  แก้กระหายน้ำ  ละลายก้อนนิ้ว  แก้ไข้  แก้ขัดเบา

                น้ำที่คั้นจากต้นงวงช้างใช้ทำเป็นยาหยอดตา  ทำให้ตาเย็น  แก้ตาฟาง  ตามัว  ตาแฉะ  และตาที่กระทบกระเทือนช้ำชอก  เนื่องจากถูกของแข็งซึ่งทำให้ตาอักเสบ

 

10.    ต้นหมากดิบน้ำค้างตัวผู้ (ใบยาว)

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Oldenlandia  biflora,  Linn

วงศ์  RUBIACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วไปเรียก  หมากดิบน้ำค้างใบยาว  หมากดิบน้ำค้างตัวผู้  จีนเรียก  แป๊ะฮวยเกี้ย

ลักษณะ  ต้นหมากดิบน้ำค้างตัวผู้หรือหมาดดิบน้ำค้างใบยาว  เป็นไม้ล้มลุกเล็ก ๆ จำพวกต้นหญ้า  เนื้ออ่อน  เป็นต้นไม้พวกเดียวกันกับผักกระสัง  ต้นจะสูงสุดประมาณไม่เกิน  5 ฟุตนิ้ว  ลำต้นแตกกิ่งก้านเป็นสาขาสวยงามน่าดูทีเดียว  มีดอกเล็ก ๆ  สีขาว  ใบเป็นเป็นฝอยเล็ก ๆ  และยาว  (ถ้าเป็นตัวเมียจะโตขนาดประมาณเท่านิ้วก้อย)  ดอกเล็กจะเล็กประมาณ  1  เซนติเมตร  สีขาว  ดอกทุกดอกจะมีขนาดเดียวกัน

การเจริญเติบโต  :  เป็นไม้ที่เกิดตาที่รกร้างว่างเปล่า  ตามที่ลุ่มต่ำแฉะทั่ว ๆ  ไป  ซึ่งที่ชื้นแฉะก็จะยิ่งเจริญงอกงามและแตกใบมากยิ่งขึ้น  ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด  หรือขึ้นได้เองในพื้นดินที่ลุ่มต่ำแฉะชื้นริมหนองน้ำลำคลองทั่ว ๆ  ไป และมีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย

สรรพคุณ  :  หมากดิบน้ำค้างมีรสเย็น  ดับพิษตานทราง  แก้ร้อนในกระหายน้ำ

 

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view