http://www.herbsuper.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ03/09/2010
อัพเดท23/06/2017
ผู้เข้าชม323,747
เปิดเพจ555,743

สมุนไพรไทย มรดกบรรพชนคุณค่าควรคู่สุขภาพ

สมุนไพรหลากหลายชนิดที่คุณต้องการรวมกันที่นี่

ปลาไหลเผือก มหัศจรรย์แห่งสมุนไพรเพื่อศักยภาพความเป็นชายที่สมชาย

ตำรายา "สมุนไพร"โบราณอยู่ที่นี่

"สมุนไพร"ข้อมูลจำเพาะที่คุณควรรู้

วิธีการเก็บสมุนไพร ตามสูตรโบราณ

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้ (ตอนที่1)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้ (ตอนที่2)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่3)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่4)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่5)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(คอนที่6)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่7)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่8)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่9)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่10)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่11)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่12)

ผลิตภัณฑ์กาแฟสมุนไพรสำหรับผู้ชายสุดยอดความเป็นชายเพื่อคุณ

เกร็ดความรู้เรื่องเครื่องยาหลัก ๆ

สุดยอดสมุนไพรมหัศจรรย์

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่8)

1.        ต้นรางจืด

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Millettia  Kityana, Craib

วงศ์  LEGUMINOSAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปภาคกลางเรียก  รางจืด ทางพายัพเรียก  ฮางจืด  เครือเข้าเย็น

ลักษณะ  ต้นรางจืด  เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง  เลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้อื่น ๆ  ตามปกติจะถือว่าเป็นได้ทั้งไม้ดอกและไม้ใบหรือไม้ร่มก็ได้  ใบสดหนาแข็ง  สีเขียวแก่  คล้ายใบหญ้านางหรือใบสะค้าน  ดอกใหญ่เขื่องเป็นช่อสีม่วงอ่อน ๆ  มีตาเหลือง  กลางกลีบมนออกเป็นช่อดอก  และในระหว่างใบที่เขียวแก่  กลางกลีบมน  สวยงามเป็นช่อดี

การเจริญเติบโต  :  มีเกิดตามป่าชื้น  ป่าราบทางภาคเหนือและภาคกลาง  ขึ้นได้ในดินธรรมดา

สรรพคุณ  :  ใบมีรสเย็น  ใช้ปรุงเป็นยาเขียว  ทำเป็นยาถอนพิษและยาเบื่อเมา  ทำให้ลดความร้อนในร่างกาย  แก้ไข้พิษสำแดง  กระทุ้งพิษไข้หัว  รากและเถา  รับประทานเป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ  แก้พิษทั้งปวง

 

2.        ต้นรางแดง

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Ventilago  Calyculata

วงศ์  RHAMNACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วไปเรียก  รางแดง  ทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เรียกแสงพระอาทิตย์  ทางพายัพเรียก  หนามหัน  ทางภาคใต้เรียกทรงแดง

ลักษณะ  ต้นรางแดง  เป็นไม้เถายืนต้น  ใบโต  ปลายใบแหลม  ใบมีลักษณะคล้ายใบเล็บมือนางหรือใบกระดังงาไทย  กิ่งยักไปทีละข้างเป็นแบบซิกแซ็ก  ผิวของลำต้นหรือเถาเป็นรอยแตกระแหงเป็นร่อง  มีสีแดงสลับอยู่น่าดู  เถามีสีเทา

การเจริญเติบโต  :  เป็นไม้ที่เกิดตามป่าโปร่งทั่วไป  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการตอนมีปลูกกันตามบ้านเรือน  เรือกสวนไร่นา  ตามวัดวาอารามก็มีปลูกกัน

สรรพคุณ  :  ใบปิ้งไฟชงน้ำรับประทานแทนใบชา  เป็นยาขับปัสสาวะ  ทำให้เส้นเอ็นในร่างกายอ่อน

                เถา  หั่นตากแดดเอาเก็บไว้  ปรุงยาแก้กษัย  แก้กษัยกร่อนทุกชนิด

 

3.        ต้นละหุ่งขาว

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Ricinus  Communis,  Linn

วงศ์  EUPHORBIACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  ละหุ่ง  ละหุ่งขาว  พายัพเรียก  มะหุ่ง  เชียงใหม่เรียกมะโห่ง  มะโห่งเห็น  จีนเรียก  ปีมั้ว

ลักษณะ  : เป็นไม้ล้มลุกยืนต้นเนื้ออ่อนขนาดย่อมหรือเป็นไม้พุ่ม  กิ่งก้านเป็นปล้อง ๆ  ไม่มีแก่น  ต้นสูง  ตรง  เป็นลำ  สูงประมาณ  2 – 4  เมตร  ใบเป็นเว้าลึกคล้ายใบกัญชาหรือใบมะละกอ  แต่ใหญ่กว่าเป็นแผ่นแผ่กว้าง  และใหญ่กว่าละหุ่งชนิดแดง  และเล็กกว่าใบมะละกอ  ดอกออกเป็นช่อสีแดง  มีผลเป็นกระจุกเป็นขนคล้ายผลเงาะ  ในลูกหนึ่ง ๆ  มี  3  หู  เมล็ดในมีลายเป็นกระ  ใบต้นและกิ่งก้านสีเขียวสด  เมล็ดใหญ่เท่าปลายนิ้วชี้

การเจริญเติบโต  :  มีขึ้นตามที่รกร้างว่างเปล่า  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด  ขึ้นได้งอกงามดีในดินธรรมดาก็ใช้ได้

ประโยชน์  :  เมล็ดนำไปทำเป็นน้ำมันละหุ่ง  เป็นสินค้าขายออกปีละมาก ๆ  ทำเป็นน้ำมันหยอดเครื่องจักร  ทำน้ำมันใส่ผม  ทำเครื่องสำอางก็ได้

สรรพคุณ  :  ใบ  แก้ช้ำรั่ว  ขับน้ำนม  แก้เลือดลมพิการ

                ราก  สุมเป็นถ่านแก้พิษร้อน  แก้พิษไข้  ไข้เชื่องซึม  ใช้ภายนอกใช้ทาแก้บวม  แก้ปวดฝี  ในน้ำมันละหุ่งมีด่างชนิดหนึ่ง  รับประทานแล้วทำให้มึนเมา  คลื่นเหียนอาเจียนได้  ถ้าจะทำเป็นยาถ่าย  ต้องแยกตัวเอาด่างออกเมียก่อน  จึงจะนำมาใช้รับประทานเป็นยาถ่ายได้  เพราะฉะนั้นเมล็ดละหุ่งจึงเป็นอันตรายและมีพิษ  จะรับประทานไม่ได้  ถึงแม้จะทำเป็นน้ำมันก็ต้องแยกเอาด่างออกเสียก่อนเช่นกัน  จึงจะใช้ได้

 

4.        ต้นลั่นทมแดง

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Plumcia  Rubra,  Linn

วงศ์  APOCYNACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  ละหุ่ง  ละหุ่งแดง  ทางอีสานเรียก  จำปา  ทางใต้เรียกจำปาขอม

ลักษณะ  เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดย่อม  ลำต้นเกลี้ยงเกลา ต้นสูงประมาณ  20  ถึง  25  ฟุต  ใบยาวใหญ่  โตหนา  มีเส้นใบถี่มากเรียงขนานกันปลายใบแหลม  ลักษณะดูคล้ายใบหูกวางหรือใบชมพู่สาแหรก  แต่เป็นใบยาวเป็นใบเดียวรูปใบหอก  กว้างประมาณ  4  นิ้วยาวประมาณ  12  นิ้ว  สีเขียวสดจนเกือบจะดำ  มียางมาก  กิ่งอุ้มน้ำ  ดอกโตสีขาวนวลแดงหรือสีแดงอมขาวน้อย  โตขนาดดอกจำปา  มี  5  กลีบ  บานคล้ายปากแตร  เป็นไม้ที่ออกดอกเวลาจะทิ้งใบ  ดอกร่วงโรยง่ายและบอบบาง  ตัวดอกกว้างประมาณ  7  เซนติเมตร  ลักษณะสวยงามน่าดู  แต่ไม่หอม  ต้นลั่นทมนี้พอต้นแก่จัดก็จะเกิดเป็นแก่นสีน้ำตาลเข้มขึ้นภายใน

การเจริญเติบโต  :  ต้นลั่นทมนี้เข้าใจว่าเป็นไม้มีถิ่นเดิมอยู่ในอเมริกา  เขตร้อนในไทยเราจะพบตามป่า  บนเขา  มีทุกภาคของประเทศไทย  นิยมปลูกกันตามวัดวาอาราม  เพราะสมัยโบราณไม่นิยมปลูกกันในบ้าน  การขยายพันธุ์ได้ด้วยการหักกิ่งปักก็ขึ้นได้  ลั่นทมนี้เป็นไม้กลางแจ้ง  ถ้าปลูกเอไว้นานหลาย ๆ  ปีจะมีแก่นสีดำภายใน  คล้ายกับต้นสลัดได

ประโยชน์  :  ดอกลั่นทมนำมาทำเป็นอุบะและพวงมาลัย  ใช้ดอกทำเป็นไม้ประดับต่าง ๆ  เช่น  ทำบายศรีก็สวยงามดี  ไม้นี้ชาวบ้านไม่นิยมปลูกในบ้าน  ก็เพราะชื่อของมันบอกว่าลั่นทม จึงได้นิยมปลูกกันตามวัดวาอารามเสียโดยมาก  และนิยมปลูกกันใกล้ ๆ  ที่ฝังศพ  จึงมักเรียกกันว่าดอกไม้ประจำวัดฝรั่งว่า  Temple  flower  หรือ  Pagoda tree  หรือ  Frangipani

สรรพคุณ  :  แก่นมีรสขม  ถ่ายเสมหะและโลหิต  ถ่ายพิษทั้งปวง  ถ่ายพิษกามโรค  ยางและแก่น  ใช้ทำเป็นยาระบาย  ถ่ายเสมหะและโลหิตสตรี  ถ่ายพิษทั้งปวง  ถ่ายพิษกามโรค  แก้กามโรค

 

5.        ต้นลำไยต้น

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Nephelium  Longana

วงศ์  :  SAPINDACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ  ไปเรียก  ลำไยต้น  ทางพายัพเรียก  มะลำไย

ลักษณะ  ต้นลำไยต้น  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง  ใบเล็กยาวหนาทึบ  คล้ายใบกระเบาน้ำ  ต้นสูงเป็นพุ่มงาม  ดอกเล็ก ๆ  ออกเป็นช่อ  พอติดลูกก็มีผล  ผลจะกลมโตขนาดผลตะขบไทย    หรือใหญ่ถึงขนาดลูกหมากก็มี  แล้วแต่พันธุ์ของมัน  เนื้อขาว  เปลือกลูกสีน้ำตาล  มีรสหวานหอม  น่ารับประทาน

การเจริญเติบโต  :  มีปลูกกันตามเรือกสวนไร่นาทั่ว ๆ  ไป  ที่เกิดเองตามป่าก็มีทางภาคพายัพมีปลูกกันมาก  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด  การตอนกิ่ง  ถ้าปลูกกันเองต้องคอยมั่นดูแลรักษา

ประโยชน์  :  ปลูกเป็นไม้ร่มใช้บังแดดได้ดี  ต้นเป็นพุ่มงาม  เป็นไม้ผลที่ขายได้ดี  ขณะนี้เป็นสินค้าส่งออกไปขายต่างประเทศ  นำเงินเข้าประเทศปีละมาก ๆ  ทีเดียว  เนื้อไม้ใช้ทำครกกระเดื่อง  เครื่องใช้เล็ก ๆ  น้อย ๆ

สรรพคุณ  :  ราก  แก้เสมหะ  ลม

                รากสด ๆ  เอามาต้มกับน้ำตาลกรวด  กินแก้ฟกช้ำ  ช้ำใน  พลัดตกหกล้ม  ขับของเสีย  เลือดเน่าออกทางทวารหนักได้ดี

 

6.        ต้นสมอดีงู

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Terminalia  citrine,  Roxb

วงศ์  COMBRETACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วไปเรียก  สมอดีงู  ทางจังหวัดชุมพรเรียก  สมอเหลี่ยมจังหวัดพัทลุงเรียก  สมอหมึก

ลักษณะ  ต้นสมอดีงู  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่  ใบโตและยาวมีกิ่งก้านยาว  มักจะเลื้อยออกมาจากลำต้นยาว ๆ  ห้องลงมา  ดอกมีสีเหลืองเป็นช่อเล็ก ๆ  ผลกลมยาวหัวแหลมคล้ายผลสมอจีน  มีรสเปรี้ยวฝาดจัด  เปลือกอ่อนเป็นแผ่นแบน ๆ

การเจริญเติบโต  :  มีขึ้นประปรายเป็นหมู่ ๆ  ตามป่าเบญจพรรณทั่วไป  และมีขึ้นทุกภาคของประเทศไทย  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการตอนกิ่งและการใช้เมล็ดปลูก

ประโยชน์  :  ผลดิบใช้รับประทานเป็นอาหารได้  ผลสมอดีงูนี้  ถ้าเป็นของประเทศไทยผลจะใหญ่กว่าสมอดีงูที่ส่งมาจากประเทศอินเดีย  ส่วนสมอดีงูของประเทศอินเดียผลโตเท่าเมล็ดข้าวโพด  หัวแหลมท้ายแหลม  ถ่ายได้แรงกว่าของไทยเรามาก

สรรพคุณ  :  ผลมีรสฝาดขม  แก้โลหิตเป็นพิษ  แก้ไข้  แก้ลม  ใช้เป็นยาระบายท้อง  แก้พิษดี  แก้ไอ  ขับระดู  เรามักจะใช้สมอดีงู  เพราะระบายได้แรงกว่าสมอไทยและสมอเทศ

 

7.        ต้นสมอไทย

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Terminalia  Chebula  Retz

วงศ์  COMBRETACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วไปเรียก  สมออัพยา  สมอไทย  ทางพายัพเรียก  ม่าแน่มะนะ

ลักษณะ  ต้นสมอไทย  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่  ใบหนาโตกลม  ขนาดใบกระท้อน  ปลายใบแหลม  มีดอกเล็ก ๆ เป็นชื่อสีเหลือง ๆ  เขียว ๆ  คล้ายดอกหูกวาง  ผลกลมโตขนาดลูกหมากย่อม ๆ  ออกดอกเป็นพวง  เป็นกระจุก  ขั้วของลูกยาวยาน  ผลมีเหลี่ยมน้อย ๆ  พอสังเกตเห็นไม่เกิน  6  เหลี่ยม  สีเขียว ๆ  แดง ๆ  รสฝาดขมหวาน  กระพี้สีเขียวอ่อนถึงเหลืองอ่อน ๆ  หรือน้ำตาลแกมเทา  แก่นสีม่วงแก่ ๆ 

ประโยชน์  :  ผลรับประทานเป็นอาหารได้  เนื้อไม้เสี้ยนสน  แข็ง  เลื่อยไสกบตบแต่งได้ยาก  เพราะเป็นไม้แข็ง  ใช้ทนทาน  ทำอุปกรณ์เครื่องเรือน  เปลือกใช้ย้อมผ้าได้

การเจริญเติบโต  :  มีปลูกกันตามบ้านเรือกสวนไร่นาทั่ว ๆ  ไป  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด  ตอนกิ่งปลูก  ขึ้นได้ในดินธรรมดา  มีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย

สรรพคุณ  :  ผล  แก้ไข้เพื่อเสมหะ  แก้ลมจุกเสียด  ผายธาตุ  และมีคุณเสมอกันกับผลมะขามป้อม  และเกลือสินเธาว์

                       ผล  เอาต้มใส่เกลือเล็กน้อย  เป็นยาระบายอ่อน ๆ 

                       ผล  ใช้เป็นยาระบายท้องอ่อน ๆ  สำหรับคนเป็นอหิวาตกโรค  บิด  หรือท้องร่วงอย่างแรง  หรือโรคลมป่วงต่าง ๆ  แก้พิษร้อนในกระหายน้ำได้ดี  ถ่ายเสมหะ  แก้เสมหะเป็นพิษ  ดีพลุ่ง  อาเจียน  เป็นยาระบายพิษอุจจาระที่ระคนไปด้วยเชื้อโรคให้หมดไปด้วย  รู้ปิดรู้คุมธาตุในตัวเอง  แก้นอนสะดุ้งหลับผวา

                       ผลสมอไทยนี้  เวลาที่จะผสมยา  ถ้าเข้าสมอไทย  เขามักจะไม่ใช้รางเหล็กทำการบดยาเพราะจะทำให้ยาเสื่อมคุณภาพ  ต้องใช้ครกหินตำ

                       ผลสมอนี้  พระพุทธเจ้าบัญญัติให้สาวกฉัน  โดยใช้ดองกับมูตรโคหรือน้ำมูตรของตนเอง  ใช้เป็นยาแก้ปวดตามข้อและกระดูก  ทำให้แข็งแรง  แก้อ่อนเพลียได้ดี

 

8.        ต้นสมอพิเภก

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Terminalia  Belerica

วงศ์  COMBRETACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  สมอพิเภก  สมอแทน  ทางพายัพเรียก  แหนต้น  แหนขาว  ทางเชียงรายเรียก  ลัน

ลักษณะ  ต้นสมอพิเภก  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่  ใบกลมโต  เท่าฝ่ามือ  ขนาดใบกว้าง  ปลายใบแหลมหนาแข็ง  กิ่งก้านยืดย้อยลงมาเช่นเดียวกับต้นสมอชนิดอื่น ๆ ใบดกหนาทึบ  มีดอกเป็นช่อเล็ก ๆ  สีเหลือง ๆ  ขาว  ลูกกลมโตขนาดลูกพุทรางาม ๆ  หรือลูกหมาก  เป็นสีน้ำตาลเคลือบสีขาว  ทั้งลูกคล้ายกำมะหยี  ผลดกออกเป็นพวงใหญ่ ๆ น่าดูมีรสเปรี้ยวฝาดขม เนื้อไม้สีเหลืองแกมเทา  เสี้ยนตรง  เนื้อหยาบ  ผึ่งง่าย  เลื่อยไสตบแต่งง่าย  ใช้ในที่ร่มทนทานดี  มีน้ำหนัก  1  ลูกบาศก์ฟุต  ประมาณ  33-36  ปอนด์

ประโยชน์  :  ใช้เป็นต้นไม้ร่มบังแดดได้ดี  เลื่อยไสตบแต่งง่าย  ใช้ทำอุปกรณ์เครื่องเรือน  ลูกใช้ในการย้อมผ้าให้สีขี้ม้า  เมล็ดรับประทานเป็นอาหารได้

การเจริญเติบโต  :  มีปลูกกันตามวัดวาอาราม  ใช้เป็นร่ม  ตามป่าชื้น  ป่าเบญจพรรณ  ป่าแล้งภาคเหนือมีมาก  ตามภาคอื่น ๆ  ก็มี

สรรพคุณ  :  ผลดิบ  มีรสเปรี้ยว  ใช้เป็นยาระบาย

                ผลสุก  มีรสฝาด  ใช้ในการสมาน  รักษาโรคท้องมาน  แก้บิด

                ใบ  แก้ทางบาดแผล

                ดอก  แก้โรคตา

                เปลือก  ต้มขับปัสสาวะ

                แก่น  แก้ริดสีดวงพลวก

                ราก  แก้โลหิตอันทำให้ร้อน

 

 

9.        ต้นส้มเช้า

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Euphorbia  Neriifolia,  Linn

วงศ์  EUPHORBIACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วๆ ไปเรียก  ส้มเช้า

ลักษณะ  เป็นไม้พุ่มขนาดกลางถึงขนาดใหญ่  ลำต้นสูงไม่เกิน  4  ฟุต  มียางมาก  สีขาว  ต้นส้มเช้านี้  ตอนเช้าจะมีรสเปรี้ยวจัด  พอสายรสเปรี้ยวก็จะจางไป  พอถึงเวลากลางวันก็จะหมดรสเปรี้ยว  ใบส้มเช้านี้ลำต้นเป็น  4  เหลี่ยม  มีหนามแหลมคมตลอดต้นและกิ่งก้าน

การเจริญเติบโต  :  มีขึ้นเองตามป่าราบ  ตามเชิงเขา  ตามชายทะเล  และมีปลูกกันบ้างตามสวนก็มี  เป็นไม้ที่ทนทานต่อดินฟ้าอากาศมาก

ประโยชน์  :  ใบโขลกตำพอกปิดฝี  แก้ปวด  ถอนพิษฝี

ยาง  ใช้เป็นยาขับพยาธิ  แก้จุกเสียด  แก้ท้องมาน  พุงโร  แก้บวม  แก้ม้ามย้อยที่เนื่องจากไข้จับสั่นเรื้อรัง  ขับน้ำย่อยอาหาร  ทำให้ระบายอ่อน ๆ

 

10.    ต้นส้มเสี้ยว

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Bauhininia  Acuminata

วงศ์  LEGUMINOSAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วไปเรียก  ส้มเสี้ยว  ทางจังหวัดเชียงใหม่เรียก  เสี้ยวน้อย  เสี้ยวดอกขาว

ลักษณะ  ต้นส้มเสี้ยว  เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง  ต้นเตี้ยแจ้  ใบดกหนาทึบ  ใบแฝดเว้าแตกกลาง  คล้ายมีใบสองใบแฝดติดกัน  เช่น  ใบชงโคและกาหลง  ดอกสีขาวเป็นช่อแบน  มีฝักเล็ก ๆ  แบน ๆ ใบมีรสเปรี้ยวคล้ายส้มป่อย

การเจริญเติบโต  :  มีขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วไป  มีมากทางภาคกลางและภาคเหนือ  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด  หรือใช้ตอนกิ่งก็ได้

ประโยชน์  :  เปลือกเหนียว  ใช้ทำปอได้ดี  เปลือกมีน้ำฝาด  ใช้ย้อมแห  อวนหนัง

สรรพคุณ  :  ใบมีรสเปรี้ยวฝาดจัดคล้ายใบส้มป่อย  ทำให้ยาขับระดู  ขับปัสสาวะ  นำใบมารวมผสมทำเป็นยาระบาย  ขับเมือก  เสมหะตกทางทวารหนักได้ดี

                ใช้รวมกับยาบำรุงโลหิตระดูที่เป็นลิ่ม  เป็นก้อน  มีกลิ่นเหม็น  ทำให้เป็นปกติ

                เปลือก  มีรสเปรี้ยวฝาด  ทำให้เป็นยาแก้ไอ  ฟอกโลหิต

 

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view