http://www.herbsuper.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ03/09/2010
อัพเดท23/06/2017
ผู้เข้าชม323,756
เปิดเพจ555,752

สมุนไพรไทย มรดกบรรพชนคุณค่าควรคู่สุขภาพ

สมุนไพรหลากหลายชนิดที่คุณต้องการรวมกันที่นี่

ปลาไหลเผือก มหัศจรรย์แห่งสมุนไพรเพื่อศักยภาพความเป็นชายที่สมชาย

ตำรายา "สมุนไพร"โบราณอยู่ที่นี่

"สมุนไพร"ข้อมูลจำเพาะที่คุณควรรู้

วิธีการเก็บสมุนไพร ตามสูตรโบราณ

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้ (ตอนที่1)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้ (ตอนที่2)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่3)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่4)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่5)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(คอนที่6)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่7)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่8)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่9)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่10)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่11)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่12)

ผลิตภัณฑ์กาแฟสมุนไพรสำหรับผู้ชายสุดยอดความเป็นชายเพื่อคุณ

เกร็ดความรู้เรื่องเครื่องยาหลัก ๆ

สุดยอดสมุนไพรมหัศจรรย์

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่7)

1.        ต้นมะขามป้อม

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Emblica  Officinalis

วงศ์  EUPHORBIACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ  ไปและภาคกลางเรียก  มะขามป้อม  ทางภาคตะวันออกเรียกกำทอด

ลักษณะ  ต้นมะขามป้อม  เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อมถึงขนาดกลาง  ใบเล็กเป็นฝอยคล้ายใบสีเสียด  ลำต้นเกลี้ยง  ก้านใบยาว  ยอดปลายใบมีสีแดงเรื่อ ๆ  ออกดอกเล็ก ๆ  เป็นช่อรวมกันเป็นกระจุก  สีเขียวเหลือง ๆ  มีลูกกลมโตขนาดลูกในหมากดิบเขื่อง ๆ  มีสีเขียวอ่อน ๆ เนื้อภายในแบ่งออกเป็น  3  พู  รับประทานมีรสฝาดเปรี้ยวขมหวานระคนกัน  รับประทานเป็นอาหารได้  เนื้อไม้เมื่อยังใหม่ ๆ  อยู่เป็นสีแดงคล้ำ  ถ้าทิ้งไว้นาน ๆ  จะเป็นสีแดงปนน้ำตาล  เสี้ยนสับสนเนื้อค่อนข้างแข็งและเหลือง  เลื่อยผ่าง่าย  ผึ่งแห้งง่าย  น้ำหนัก  1  ลูกบาศก์ฟุต  หนักประมาณ  50  ปอนด์

การเจริญเติบโต  :  ขึ้นประปรายเป็นหมู่ ๆ ตามป่าราบ ป่าเบญจพรรณแล้ง  และป่าแดงทั่ว ๆ  ไปในประเทศไทย  เป็นไม้ที่ขึ้นง่ายไม่เลือกดินฟ้าอากาศขยายพันธุ์ได้ด้วยการใช้เมล็ด

ประโยชน์  :  รับประทานเป็นอาหารได้  ทำให้ชุ่มคอ  อมแก้อยากน้ำเมื่อเวลาเดินทางแดดร้อน ๆ  ได้ดี  พอเราดื่มน้ำตามเข้าไปด้วยจะเกิดเป็นรสหวาน  คล้ายได้ผสมกับของหวาน

                ต้น  นำมาทำเป็นเสาเรือนเล็ก ๆ  ทำเครื่องมือเล็ก ๆ  น้อย ๆ  ได้

                เปลือกและใบของมัน  ให้สีน้ำตาลแกมเหลือง  ใช้ย้อมผ้าได้

สรรพคุณ  :  ผลสด  รับประทานโดยนำมาจิ้มกับพริกเกลือ  แก้ไอได้ดี  แก้ร้อนใน  แก้กระหายน้ำ

                ผลสดนำมาปรุงรับประทานแก้ท้องเสีย  ขับปัสสาวะ  ทำเป็นยาหยอดตา  รักษาโรคเยื่อตาอักเสบ

                ผลอ่อน  ทำให้เนื้อหนังบริบูรณ์

                ผลแก่  มีรสเปรี้ยวฝาดขม  แก้ไข้เจือลม  แก้เสมหะ  แก้ไข้เพื่อเสมหะ

                ผลแก่ตาแห้ง  นำมาต้มกินแก้ไข้  แก้ไอ

 

2.        ต้นมะดัน

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Garcinia  Schomburgkiana

วงศ์  GUTTIFFERAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ  ไปเรียก  มะดัน  บางแห่งเรียก  ส้มไม่รู้ถอย

ลักษณะ  ต้นมะดัน  เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อมถึงขนาดกลาง  ใบหนาแข็ง  สีเขียวแก่  เมื่อหักออกดูจะมีสีเสียงดัง  ต้นเตี้ยแจ้  ใบมีรสเปรี้ยวคล้ายใบชะอม  มีดอกเล็ก ๆ  หนาแข็ง  สีม่วงอ่อน ๆ  หรือสีเขียวแดงเรื่อ ๆ  มีลูกกลมและยาวประมาณ  1-2  นิ้ว  มีรสเปี้ยวจัดมาก  บางต้นที่กิ่งก้านเล็กไม่มีใบก็จะไปรวมกันอยู่เป็นกระจุก  ทำให้มีลักษณะคล้ายรังนก  จึงเรียกไม้กระจุกนี้ว่า  รกมะดัน  ใช้ปรุงเป็นยา

ประโยชน์  :  ผล  ใช้ปรุงเป็นอาหารต่าง ๆ  รับประทานเป็นกับข้าว  เป็นอาหารส้มพวกเปรี้ยวๆ  ใช้เป็นทั้งอาหารและเป็นยา  ขายสินค้าได้

การเจริญเติบโต  :  มีปลูกกันตามบ้านเรือน  เรือกสวนทั่ว ๆ  ไป  มีทุกภาคของประเทศไทย  มีขึ้นตามป่าโปร่งที่ลุ่มดอน  การขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด  หรือตอนก็ได้

สรรพคุณ  :  ใบ  ลูก  รก  ปรุงเป็นยาฟอกเสมหะ  เช่นเอามาดองเปรี้ยวเค็มเป็นยาขับฟอกเสมหะ  แก้ประจำเดือนพิการ  แก้ไอ  ปรุงเป็นยาต้มรับประทานแก้กระษัย  เป็นยาระบายอ่อน ๆ  ในลำคอดี  กัดเสมหะ  แก้น้ำลายเหนียวเป็นเมือกในคอ

 

3.        ต้นมะดูก

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Siphonodon  Celastrineus,  griff.

วงศ์  CEASTRACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  มะดู  ทางจังหวัดสุราษฎธานีเรียก  ยายปลวก  เขมรเรียก  บั๊กโคก

ลักษณะ  ต้นมะดูก  เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อมถึงขนาดกลาง  ใบโตหนาทึบคล้ายกุ่มบก  ลูกกลมโตขนาดลูกหมาก  มีลักษณะคล้ายลูกคุย  ลูกสุกมีสีเหลืองนวล  รับประทานเป็นอาหารได้

การเจริญเติบโต  :  มีขึ้นทางป่าราบ  ทางภาคเหนือและภาคกลางมาก  ขึ้นได้ในพื้นดินธรรมดา  ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ดหรือตอนกิ่งก็ได้

ประโยชน์  :  เนื้อไม้ใช้ทำอุปกรณ์ต่าง ๆ  ทำครก  สาก  กระเดื่องเครื่องใช้เล็ก ๆ  น้อย ๆ 

สรรพคุณ  :  รากแก้พิษฝีภายใน  บำรุงกระดูก  ดับพิษในกระดูก  นำมาปรุงเป็นยาแก้ประดง  แก้โรคผิวหนัง  แก้น้ำเหลืองเสีย  แก้เส้นเอ็นพิการ แก้เข้าข้อออกดอก

 

4.        ต้นมะตูม

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Angle  Marmelos

วงศ์  :  RUTACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วไปเรียก  มะตูม  ทางพายัพเรียก  มะบิน  ทางใต้เรียก  ตูม

ลักษณะ  ต้นมะตูม  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงต้นใหญ่  ต้นสีค่อนข้างขาวตามต้นและกิ่งก้านมีหนาวแหลมคมมาก  ยาวมาก  ใบโตยาวสีเขียวอ่อน เป็นลักษณะของใบคล้ายใบต่อไส้  ดอกมีสีขาวหอม  มีผลกลมโต  เป็นลูกไข่บ้าง  ลูกกลมบ้าง  เปลือกแข็ง  เนื้อในมีสีเหลืองค่อนข้างสีนวล ภายในมีเมล็ด  มียางหุ้มเมล็ดเป็นเมือกเหนียว  มีรสขม

ประโยชน์  :  ใบมะตูมใช้เป็นใบไม้ที่กันเสนียดจัญไร  ขับภูมิผีปิศาจได้ เปลือกของผลขูดเอาผิวออกแล้วเอามาต้มกับน้ำ  ใส่น้ำตาลจะมีรสหวานมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน  เรียกว่าน้ำอัชบาล  เนื้อในเอามาหั่นเป็นแว่น ๆ  เอาเมล็ดออกเชื่อมกับน้ำตาล  เรียกว่ามะตูมเชื่อม  รับประทานอร่อย

การเจริญเติบโต  :  เกิดตามป่าเบญจพรรณ  ป่าโปร่งแห้งแล้งทั่วไป  เป็นไม้ป่าที่มีดอกหอมส่งกลิ่นไปได้ไกลมาก

สรรพคุณ  :  ผล  ตากแดดแห้ง  ปรุงเป็นยาธาตุ  แก้ธาตุพิการ

                ผลดิบ  ใช้เป็นยาสมาน  รักษาโรคเกี่ยวกับกระเพาะ  แก้ท้องเสีย  แก้บิด

                ผลสุก  ใช้เป็นยาระบาย  แก้โรคไฟธาตุอ่อน  แก้ครั่นเนื้อครั่นตัว  แก้ท้องเสีย  แก้บิดเรื้อรัง  ช่วยย่อยอาหาร  แก้ลมเสียดแทงในท้อง  แก้มูกเลือก  บำรุงธาตุไฟให้ย่อยอาหาร  แก้กระหายน้ำ  ขับลมพาย 

                เปลือกของรากและลำต้น  รักษาไข้จับสั่น  ขับลมในลำไส้ 

                ใบสด  คั้นเอาน้ำกิน  แก้หวัด  แก้หลอดลมอักเสบ  แก้ตาบวม  แก้เยื่อตาอักเสบ

                ราก  นำมาคั่วให้เหลือง  เอามาดองสุรากลบกลิ่นสุราได้ดีมาก

5.        ต้นมะฝ่อ

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Trewia  nudiflora

วงศ์  EUPHORBIACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วไปเรียก  มะฝ่อ  ทางพายัพเรียก  มะปอบ

ลักษณะ  ต้นมะฝ่อ  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่  ใบโตคล้ายใบโพธิ์  บาง  ปลายใบแหลม  ใบโตประมาณ  4 – 5  นิ้วฟุต  ลำต้นมีใบดกหนาเป็นพุ่ม  ลำต้นเกลี้ยงเกลา  ดอกออกเป็นช่อเล็กๆ มีลูกกลมโต  ขนาดลูกพุทรางาม ๆ  เปลือกต้นมีสีขาว

การเจริญเติบโต  :  เป็นไม้ขึ้นประปรายเป็นหมู่ ๆ  ตามป่าดิบและป่าเบญจพรรณทั่ว ๆ  ไป  มีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด  และการตอนกิ่งก็ได้

ประโยชน์  :  เยื่อของไม้ใช้ทำกระดาษ  เนื้อไม้ทำก้านไม้ขีดไฟ  ทำอุปกรณ์และเครื่องใช้ต่าง ๆ

สรรพคุณ  :  เปลือกของรากมะฝ่อ  ใช้ผสมปรุงเป็นยาแก้พิษของโรคอันเกิดแต่ผิวหนังที่มีอาการคันต่าง ๆ

 

6.        ต้นมะพร้าวห้าว

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Cocos  Nucifera

วงศ์  :  PALMAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วไปเรียก  มะพร้าว  ทางภาคใต้เรียก  พร้าว  พร่าว  ทางพายัพเรียกมะป๊าว

ลักษณะ  มะพร้าวเป็นไม้ต้นตระกูลปาล์ม  และเมื่อพอเราพูดถึงคำว่ามะพร้าวกันแล้ว  เป็นรู้จักกันดี  มะพร้าวเป็นไม้ลำต้นสูง  มีใบอยู่ที่ยอดต้น  ใบเล็กยาวเป็นทางเช่นเดียวกันกับต้นตาลมีดอกสีขาวนวลเป็นพวง  เป็นฝอยเล็ก ๆ  เหมือนจั่นหมาก  จั่นนี้เราเรียกว่าจั่นมะพร้าว  เราอัดมัดรวมกัน  เอามีดคม ๆ  ตัดปาดจะมีน้ำตาลไหลออกมา  เอามาทำเป็นน้ำตาล  เราเรียกว่าน้ำตาลมะพร้าว  พอติดลูกขณะที่ยังอ่อนอยู่  มีสีขาว  พอผลโตขึ้นก็เริ่มมีสีเขียว  พอขนาดมะพร้าวอ่อนก็เป็นสีเขียวอ่อน  พอแก่เปลือกนอกสีเทาหรือสีน้ำตาล

การเจริญเติบโต  :  มะพร้าว  เป็นไม้ปลูกง่าย  ขึ้นได้ในดินธรรมดา  มีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย  ใช้ผลเพาะก็ขึ้นได้

ประโยชน์  :  ผลอ่อนรับประทานน้ำ  เนื้อในผลอ่อนรับประทานเป็นอาหาร  หรือจะทำเป็นอาหารหวานก็ได้หลายชนิด

                       ผลแก่เรียกว่ามะพร้าวห้าว  เอาเนื้อในมาทำเป็นอาหารควบหวาน  โดยคั้นทำเป็นน้ำกะทิ  ทำเป็นอาหาร  ทำเป็นน้ำมันจุดตะเกียงได้  ทำเป็นน้ำมันทอดปรุงอาหารได้

                       น้ำมะพร้าวแก่  ทำเป็นน้ำดองผักก็ได้  สำหรับท่านที่เป็นนักดื่ม  ถ้าใช้โซดาแล้วก็สิ้นเปลืองมากถ้าที่บ้านท่านมีมะพร้าว  จะลองใช้น้ำมะพร้าวแทนโซดาได้ก็จะรู้สึกชุ่มชื่นใจดีมากแต่ถ้าหาน้ำมะพร้าวอ่อนไม่ได้  น้ำมะพร้าวแก่ถ้าจะทิ้งก็เสียของ  ลองใช้น้ำมะพร้าวแก่แทนโซดาก็ยังอร่อยอย่าบอกใครเชียว

                       จั่นมะพร้าวนำมาทำเป็นน้ำตาลมะพร้าว

                       เปลือกหุ้มผลมะพร้าวแก่  นำมาทำเป็นใย  ปอ  ที่นอน  เบาะได้

สรรพคุณ  :  น้ำมะพร้าวอ่อน  ให้สตรีที่มีครรภ์รับประทาน  ทำเด็กแข็งแรง  ดิ้นได้  คนไข้หนักอ่อนเพลีย  ใช้น้ำมะพร้าวกินกับยาหอมทำให้ชุ่มชื่นใจ

                       คนถูกยารม  ทำให้หลับ  หรือสงสัยว่าจะถูกยานอนหลับ  ก็ใช้น้ำมะพร้าวอ่อนล้างหน้าเสีย  อาการดังกล่าวจะหายไป

                       รากและดอกมะพร้าว  มีรสหวาน  แก้โรคทางโลหิต  แก้ลงท้อง  นำมาต้มอมแก้ปากเปื่อย

 

7.        ต้นมะละกอตัวผู้

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Carica  papaya  Linn

วงศ์  CARICACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  มะละกอ  ทางพายัพเรียก  มะก้วยเทศ  ภาคใต้เรียก  ลอกอ

ลักษณะ  ต้นมะละกอตัวผู้  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง  ไม่มีแก่นหักโค่นได้ง่าย  ลำต้นเกลี้ยงเกลา  กลางกลวง  ต้นตั้งตรง  ถ้าจะเป็นแขนงแตกกิ่งก้าน  ก็จะงอกออกตรงสูงขึ้นไปเช่นกัน  ใบมีที่ตรงยอดต้น  ใบโตมาก  ริมใบเว้าเป็นจักลึก ๆ  ก้านกลวง  ยาวราว  1  เมตรเศษ  ดอกโตสีขาวนวลเหลือง  ติดกับลำต้นมะละกอตัวผู้ไม่มีลูกติด  มีแต่ดอกเท่านั้น  แล้วดอกก็หล่นไป  ถ้าประสงค์จะให้เป็นมะละกอตัวเมียก็ฟันต้นทิ้งเสียครึ่งต้น  ถ้างอกขึ้นมาก็จะกลายเป็นตัวเมีย  ถ้ายังไม่เป็นก็ตัดอีกครั้งหนึ่ง  ถ้า  2  ครั้งแล้วไม่เป็นมะละกอตัวเมียก็เลิกกันไป  ไม่ต้องตัดทิ้งอีกแล้ว  ถ้าไม่ประสงค์จะเอาไว้ก็ตัดทิ้งและเอาไปทำประโยชน์อื่นเสีย

การเจริญเติบโต  :  ปลูกง่าย  เจริญในที่ดินปกทรายหรือดินร่วนซุยที่มีอากาศผ่านง่าย  จะยิ่งเจริญ  แต่ถ้าอากาศผ่านยากจะเจริญช้า  และรากจะเน่า  ถ้าเมื่อใดรากเน่าก็ต้องตัดทิ้งหรือทำลายเสีย

ประโยชน์  :  ใช้ได้ทั้งต้นและทุกส่วนของมัน  รากทำเป็นเครื่องดอง  รับประทานกับข้าวหรือข้าวต้ม  โดยเอามาคลุกกับเกลือ

                       ยางมะละกอ  ต้มกับเสื้อผ้าได้  ทำให้เสื้อผ้าขาวสะอาดกว่าผงซักฟอกเสียอีก  เวลาต้มเนื้อหรืออาหาร  ถ้าใส่ยางมะละกอลงไปด้วย  ทำให้อาหารย่อยยุ่ย  รับประทานง่ายและอร่อย  ในสมัยโบราณเวลาต้มอาหารที่เปื่อยยากจะใส่ยางมะละกอลงไปด้วย  ทำให้อาหารอร่อยขึ้นอีกสมัยนี้ไม่เป็นเช่นนั้นกลับใส่สิ่งที่เป็นอันตรายลงไป  อาหารเปื่อยเช่นกัน  แต่เป็นอันตรายมาก  เราจึงระมัดระวังกันด้วย

สรรพคุณ  :  ยางทำเป็นยาช่วยอาหาร

                       รากมีรสฉุน  ขับปัสสาวะ  แก้หนองใน

                       ใช้ทั้งต้นทั้งราก  มีสรรพคุณขับปัสสาวะ

                       ต้นมะละกอทั้งต้นขนาดต้นย่อม ๆ  เอามามัดให้เป็นเปราะ ๆ  สัก  3-4  เปราะ  ต้มกินเรื่อยไปจนจืด  แก้มุตกิด  ระดูขาวดี

 

8.        ต้นมะลิวัลย์

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Jasminum  Nervosum

วงศ์  OLEACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  มะลิวัลย์  ทางพายัพเรียก  มะลิไส้ไก่

ลักษณะ  ต้นมะลิวัลย์  เป็นไม้เถาเลื้อยพันไปตามต้นไม้ต่าง ๆ  ตามรั้วบ้างตามเสาบ้าง  และชอบขึ้นตามร้านที่ทำไว้ให้  ใบเล็กคล้ายใบเขี้ยวกระแต  ใบยาวกว่ามะลิชนิดอื่น ๆ  ดอกออกเป็นกลีบเล็ก ๆ  ยาว ๆ  สีขาว  มีหลายกลีบ  มีกลิ่นหอมฉุนเย็นดี

การเจริญเติบโต  :  มีขึ้นตามที่รกร้างว่างเปล่าทั่วไป  มีประปราย  ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ

ประโยชน์  : ปลูกไว้ชมดอกกันมากตามบ้านเรือนเรือกสวน  ถ้าจะปลูกไว้ตรงประตูเข้าบ้านก็สวยงามดี

สรรพคุณ  :  ราก  มีรสจืดเย็น  ใช้ถอนยาและถอนพิษทั้งปวง  ดอกมีกลิ่นหอม  ใช้ผสมปรุงเป็นยาหอม  แก้ไข้  แก้ร้อน

 

9.        ต้นไมยราพ

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Minosa  Pudica.

วงศ์  LEGUMINOSAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  ไมยราพ  ไวยราพ  ระงับ  ทางพายัพเรียก  หญ้าจิ  ยอบ  จันทบุรีเรียก  หนามหญ้าราบ

ลักษณะ  ต้นไมยราพ  เป็นต้นไม้ล้มลุกต้นเล็ก ๆ  เนื้ออ่อนจำพวกหญ้า  ใบเล็ก ๆ  เป็นฝอยคล้ายกับใบผักกระเฉด  ต้นและกิ่งสีแดงเป็นขนและมีหนามแหลมคมทั้งต้น  จะสูงประมาณ  1  ฟุตเศษ  ดอกก็มีลักษณะเหมือนดอกของผักกระเฉดหรือดอกกระถินเทศ  แต่มีสีแดงอ่อนชมพูหรือสีชมพู  กลมฟู  มีฝักเล็ก ๆ  เป็นไม้ที่มีประสาทดีและว่องไว  เมื่อได้สัมผัสหรือมีความกระทบกระเทือนเข้า  มันจะหุบกิ่งก้านสาขาของมันโดยทันที  และพอนาน ๆ  เข้าพอเห็นว่าหมดภัยแล้ว  จึงจะเริ่มตั้งกิ่งก้านสาขาของมันขึ้นมาใหม่ตามเดิม

ประโยชน์  :  เป็นไม้ที่เจริญขึ้นงอกงามตามที่รกร้างทั่ว ๆ  ไป  ตามพื้นดิน  ตามถนนเล็ก ๆ  ริมทางรถไฟเราก็พบกันมาก  ขยายพันธุ์ด้วยการแยกแตกกิ่งก้านสาขาและเมล็ดแก่

สรรพคุณ  :  ใช้ต้นนำมาปรุงรับประทานเป็นยาขับปัสสาวะ  แก้ไตพิการ  แก้กษัย  แก้ทางเดินของปัสสาวะอักเสบ  ขับระดูขาวของสตรี

 

10.    ต้นยี่โถแดง

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Nerium  indicum

วงศ์  APOCYNACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  ยี่โถไทย  ยี่โถแดง

ลักษณะ  ต้นยี่โถแดง  เป็นต้นไม้ขนาดย่อมหรือพวกไม้พุ่ม  ใบหนาแข็งและเล็กยาว  สีเขียวค่อนข้างเข้ม  ลักษณะแคบและปลายใบแหลม  เส้นใบถี่สีเขียวเข้ม  ดอกใหญ่สีแดง  ออกที่ปลายลำต้น  กลีบซ้อนหนาคล้ายดอกกุหลาบงาม ๆ  ดอกจะออกในฤดูร้อน  และออกติดต่อกันจนไปถึงต้นปีต่อไป  มีฝักยาวกลมโตกว่าฝักถั่วเขียวเล็กน้อย  พอแก่แตกออกมาแล้วก็ปลิวไปตามลมคล้ายนุ่นงิ้ว  เปลือกต้นมีสีเทา

ประโยชน์  :  ใช้ดอกบูชาพระ  หรือจะปลูกเป็นไม้ประดับในห้องก็ได้  แต่ต้องมีอากาศอบอุ่นอยู่เสมอ  แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวต้องย้ายสถานที่ปลูกไปตั้งอยู่ในบริเวณที่ร่มเย็น  การปลูกอย่าให้ดินแห้งแล้ง  ต้องมีแสงแดดเพียงพอ

การเจริญเติบโต  :  มีปลูกกันตามบ้านเรือนวัดวาอารามทั่ว ๆ ไป  ต้นยี่โถนี้ต้องมีความอบอุ่นเพียงพอ  ดินไม่เปียกชุ่มจนเกินไปนัก  ต้นที่ยังอ่อนอยู่ต้องคอยรดน้ำทุกวัน  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการติดกิ่งไว้  ปล่อยให้ยางที่กิ่งแห้งแล้วจึงนำแช่น้ำให้มีรากออกมาพอสมควร  จึงจะนำไปปลูกได้

สรรพคุณ  :  เปลือกและรากมียางเป็นพิษ  จึงไม่ค่อยนำมาใช้กัน

                ใบ  ปรุงเป็นยารับประทานบำรุงหัวใจ  ขับชีพจรให้เดินเป็นปกติ

                ราก  รับประทานทำให้หอบหนัก  และมีอันตราย

                ต้นยี่โถแดงนี้  ที่เปลือกและรากมีพิษ  แพทย์ไทยเราจึงไม่นิยมนำมาใช้เป็นยาสมุนไพร  และเวลาใช้ก็ต้องควบคุมดูแลอยู่ด้วย

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view