http://www.herbsuper.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ03/09/2010
อัพเดท23/06/2017
ผู้เข้าชม318,259
เปิดเพจ546,185

สมุนไพรไทย มรดกบรรพชนคุณค่าควรคู่สุขภาพ

สมุนไพรหลากหลายชนิดที่คุณต้องการรวมกันที่นี่

ปลาไหลเผือก มหัศจรรย์แห่งสมุนไพรเพื่อศักยภาพความเป็นชายที่สมชาย

ตำรายา "สมุนไพร"โบราณอยู่ที่นี่

"สมุนไพร"ข้อมูลจำเพาะที่คุณควรรู้

วิธีการเก็บสมุนไพร ตามสูตรโบราณ

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้ (ตอนที่1)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้ (ตอนที่2)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่3)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่4)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่5)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(คอนที่6)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่7)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่8)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่9)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่10)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่11)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่12)

ผลิตภัณฑ์กาแฟสมุนไพรสำหรับผู้ชายสุดยอดความเป็นชายเพื่อคุณ

เกร็ดความรู้เรื่องเครื่องยาหลัก ๆ

สุดยอดสมุนไพรมหัศจรรย์

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่5)

1.        ต้นธรณีสาร

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Phyllanthus  pulcher,  Wall

วงศ์  EUPHORBIACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ ไปเรียก  ธรณีสาร  เสนียด  ทางจังหวัดเชียงใหม่เรียกมะขามป้อมดิน  จีนเรียก  เอี้ยเอ้โท้

ลักษณะ  เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก  ลำต้นตรง  แผ่กิ่งก้านแจ้ที่ยอดคล้ายกับต้นกระทืบยอด  ต้นประมาณ  2 – 3  ฟุต  (สูงกว่าต้นกระทืบยอด  เพราะต้นกระทืบยอดสูงประมาณ  1  ฟุตเท่านั้น)  ใบเล็กกลมคล้ายใบมะยมแต่ต้นเล็กกว่า  ลำต้นมีขนาดเท่าหัวแม่มือ  ใบโตขนาดใบแค  แตกออกจากปลายต้น  ก้านมีสีแดงเล็กน้อย  แยกออกจาปลายต้นดูแบน ๆ  น่าดู  มีลูกและดอกเล็กๆ  สีแดง  มีกลีบ  6  กลีบ  ห้อยเรียงกันอยู่ตามใต้ท้องใบ  เรียงคู่กันไปเป็นแถวเป็นแนวตลอดจนถึงปลายใบเป็นฝัก  1  คู่  ดูคล้าย ๆ  ลุกอยู่ใต้ใบหรือคล้ายต้นลูกใต้ใบ  งามน่าดูลักษณะของต้นตลอดจนการขึ้นตั้งลำต้น  มีลักษณะเช่นเดียวกันกับต้นมะยม

การเจริญเติบโต  :  มีปลูกกันมากตามบ้านและตามวัด  และมักจะต้องใช้กันบ่อย ๆ  ด้วย  ปลูกก็ง่าย  จะแยกต้นหรือใช้เมล็ดแก่ปลูกก็ได้

ประโยชน์  :  โบราณเราใช้นำมาประกอบทำน้ำมนต์ในพิธีปัดรังครวญโดยใช้ใบของต้นธรณีสารนี้ชุบน้ำมนต์ประพรมให้กับผู้ที่มาให้พรมน้ำพระพุทธมนต์  เป็นการปัดรังควานและเสนียดจัญไร

 

2.        ต้นน้อยหน่า

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  :  Annona  squamosa

วงศ์  :  ANNONACEAE

ชื่อที่เรียก  ไทยทั่วไปเรียก  น้อยหน่า  ทางพายัพเรียก  มะแน่  ทางอีสานเรียกหมักเขียบ  ทางใต้เรียก  น้อยแน่

ลักษณะ  ต้นน้อยหน่า  เป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่หรือไม่ยืนต้นขนาดย่อม  ต้นสูงประมาณ  8 – 10  ฟุต  ใบเล็กยาวและหนาแข็ง  ปลายใบแหลมและหนา  รูปพรรณคล้ายใบต้นจันทน์หรือต้นอิน  ดอกมีกลีบใหญ่หนาแข็ง  ลักษณะเป็น  3  กลีบ  คล้ายดอกน้อยโหน่งหรือบุหงา  หรือทุเรียน  มีกลิ่นหอม  มีผลกลมโตประมาณขนาดลูกส้มซ่างาม ๆ หรือใหญ่กว่าเล็กน้อย  มีตาโปนโตขนาดนิ้วก้อยทั้งลูก  ผลสุกมีรสหวานเมล็ดสีดำ

การเจริญเติบโต  :  มีปลูกกันตามไร่และสวนทั่วประเทศ  ปลูกกันมากตามไร่ต่างจังหวัด  ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด  และการตอนกิ่งก็ได้

ประโยชน์  :  เนื้อในลูกรับประทานได้  มีรสหวานหอมและชื่นใจ

สรรพคุณ  :  ใบโขลกป่น  พอกแก้ฟกบวม  ฆ่าพยาธิผิวหนัง  กลากเกลื้อนและฆ่าเหา

                รับประทานภายในเป็นยาพยาธิในลำไส้  ฆ่าเชื้อโรค

                เปลือกต้น  รสฝาดเฝื่อน  เป็นยาสมาน

                เปลือกลูกอ่อนแห้งคาต้น  เอามาฝนกับสุรา  พอกแก้พิษงู  รักษาแผล

                รากเป็นยาระบายอ่อน ๆ

 

3.        ต้นนางแย้ม

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Clerodendron  fragrans

วงศ์  VERBENACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วไปเรียก  นางแย้ม  ทางพายัพเรียก  ปิ้งสมุทร  ทางนครราชสีมาเรียก  ส่วนใหญ่  จีนเรียกเล่งจุ้นฮวย

ลักษณะ  ต้นนางแย้ม  เป็นต้นไม้พุ่มขนาดกลาง  ต้นสูงประมาณ  4  ฟุต  ใบกลมโตประมาณ  3  นิ้วฟุตเศษ  หรือเกือบเท่าฝ่ามือ  กลมป้อม  ริมใบเป็นจัก ๆ  ดอกออกเป็นช่อแผ่นทึบใหญ่ สีขาว สลับแดงคล้ายดอกคำไทยหรือมะลิช้อน  ตอนแรกเป็นสีขาว  ต่อไปก็จะกลายเป็นสีแดงเรื่อๆ  มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ  งามน่าดู

การเจริญเติบโต  :  ขึ้นตามป่าทั่วๆ ไป  ปลูกกันตามบ้านและสวนก็มี  ขึ้นได้ในดินทุกชนิด  และมีทุกภาคของประเทศไทย  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการใช้เกสรของดอกปลูกหรือจะแยกหน่อออกมาก็ได้

ประโยชน์  :  ปลูกเอาไว้ชมดอกและงามสะดุดตาดี  ใช้ดอกบูชาพระ

สรรพคุณ  :  ราก  แก้พิษฝีภายใน  แก้เริม  งูสวัด  ขับปัสสาวะ  แก้ไตพิการและโรคลำไส้

4.        ต้นบอระเพ็ด

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Tinospora  Rumphii

วงศ์  :  MENISPERMACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  บอระเพ็ด  ทางพายัพเรียก  จุ่งจะลิง  จังหวัดอุบลเรียกหางหนู

ลักษณะ  ต้นเถาบอระเพ็ด  เป็นไม้เถาเนื้ออ่อน  เลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้อื่น ๆ  เถากลมโตขนาดนิ้วมือ  มีไส้เป็นเส้นยาว  มีเปลือกหุ้มเถา  เป็นตุ่มเล็ก ๆ  กลม ๆ  ตลอดเถา  ยางมีรสขมจัดมาก  ใบกลมมน  ปลายแหลม  มีลักษณะคล้ายใบพลู  โตขนาดผ่ามือ  มีดอกเป็นช่อเล็กสีเหลืองเรียกว่าเถาบอระเพ็ด

การเจริญเติบโต  :  ขึ้นได้ในดินธรรมดาทั่วไป  และเกิดได้ทุกภาคของประเทศไทย  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการตัดเถาไปปักชำก็ขึ้นได้

สรรพคุณ  :  เถา  มีรสขม  นำมาปรุงเป็นยารับประทานแก้ไข้  ขับเหงื่อ  ทำให้เลือดลมเย็น  ลดความร้อนในร่างกาย  แก้กระหายน้ำ  แก้ร้อนในได้ดีมาก

                ใบ  นำมาโขลกให้ละเอียด  ใช้พอกปิดฝี  และใช้แก้ฟกบวม  ปวดแสบปวดร้อน

 

5.        ต้นปรง

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Cycas  Siamensis

วงศ์  CYCADACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่ว ๆ  ไปเรียก  ปรง,  ปรงป่า  ทางพายัพเรียกมะพร้าวเต่า

ลักษณะ  เป็นไม้พุ่มล้มลุกลงหัวใหญ่  ก้านใบกลมแข็ง  ยาวราว  2  ฟุตเศษ ๆ  ใบออกเป็น  2  ข้างเป็นคู่ ๆ  กันไปตลอดก้าน  คล้ายกระดูกงู  ใบเล็กแหลมยาวและแข็ง  ยาวราว  3  นิ้วฟุต  ต้นเตี้ยแจ้  แบบเป็นพุ่มศีรษะโตกิ่งก้านงอกงาม  เจริญจากศีรษะงามน่าดูมากทีเดียว  มีดอกที่ยอดของต้นสวยน่าดู

การเจริญเติบโต  :  มีขึ้นตามป่าโปร่ง  ป่าแดง  ที่แห้งแล้งเชิงเขา  มีมากทางภาคเหนือ  ตามบ้านและตามวัดก็มีปลูกกัน  เพราะเอามาใช้ทำพวงหรีดได้ดี  ต้นปรงเป็นที่ทนทานต่อดินฟ้าอากาศ  อาศัยแต่น้ำค้างก็เจริญเติบโตได้  ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ

ประโยชน์  :  เอาใบมาทำวงหรีด  ใช้ใบ  2  ก้านโค้งเข้าหากันจะเป็นวงโค้งงามใบก็แข็ง  ทนทานดีมาก  ปลูกไว้เป็นไม้ประดับใส่กระถางก็งามน่าดูทีเดียว

สรรพคุณ  :  ดอกมีรสเผ็ด  บำรุงร่างกายให้สมบูรณ์  แก้ดีและเสมหะพิการบำรุงธาตุ  แก้ลม

                หัว  นำมาฝนปรุงกับสุรา  แก้ฟกบวม  รักษาแผลเรื้อรัง  แก้แผลกลาย  ใช้เป็นยาสมานแผลได้ดีมาก  ปรงนี้  นำมาทำเป็นยา  ใช้ทาแผลที่อักเสบ  หรือใช้ดูดหนองฝีและดับพิษ  ชาวป่าทางภาคเหนือนิยมใช้กันมาก

 

6.        ต้นปีบ

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Millingtonia  Hortensis  Linn

วงศ์  BIGNONIACEEA

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปในไทยเรียก  ปีบ  ทางเหนือเรียก  กาซะลอง  ทางพายัพเรียก  กาดซะลอง

ลักษณะ  ต้นปีบ  เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อมถึงขนาดกลาง  ใบเล็ก  ริมใบเป็นจักร  เป็นช่อแผ่แบนคล้ายใบเลี่ยน  โตกว่าใบเลี่ยน  ปลายใบแหลม  มีดอกสีขาวยาวประมาณ  2  นิ้วฟุต  ก้านดอกเล็ก  ดอกบานเป็นปากแตรมีกลิ่นหอม  มีลักษณะคล้ายดอกของต้นท้าวยายม่อม  เปลือกต้นมี       ตะคระหนาแตกเป็นร่อง ๆ  มีฝักเล็กแบนยาวคล้ายฝักแค  ยาวประมาณ  6 – 8  นิ้วฟุต  ต้นสูง  มีสีค่อนข้างขาว  เนื้อไม้มีสีขาวเหลืองอ่อน

ประโยชน์  :  ดอกปีบเอามาตากให้แห้ง  ปรุงกับยาฉุนมวนเป็นบุหรี่ไทยสูบทำให้มีกลิ่นหอมชวนสูบ  ทำอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ  หีบใส่ของ  เครื่องเรือน  เลื่อยใสกบตกแต่งได้ง่าย  เสร็จแล้วต้องรีบผึ่งและเวลาเลื่อยก็ต้องเลื่อยอย่างระมัดระวัง  เพราะจะทำให้เป็นราและเสียสี  มีน้ำหนัก  1  ลูกบาศก์ฟุตต่อ  36-40  ปอนด์

การเจริญเติบโต  :  ปลูกกันตามบ้านเรือน  ตามสวนและตามวัด  มีขึ้นเองตามป่าราบและที่ชื้น  มีขึ้นทุกภาคของประเทศไทย  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่งก็ได้

สรรพคุณ  :  ราก  บำรุงปอด  แก้วัณโรคและปอดพิการ  แก้หอบเหนื่อย

 

7.        ต้นโปร่งฟ้า

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Murraga  siamensis  Craib

วงศ์  RUTACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่ว ๆ  ไป  จังหวัดราชบุรี  และจังหวัดกบินทร์บุรีเรียก  โปร่งฟ้า  จังหวัดลำปางเรียก  หวดหม่อนต้น  จังหวัดโคราชเรียก หัสคุณดง

ลักษณะ  ต้นโปร่งฟ้า  เป็นไม้พุ่มขนาดย่อม ๆ  ลำต้นสูงประมาณ  3-4  ฟุต  ใบโตขนาดใบมะหวด  ในใบของมันมีต่อมน้ำมัน  ถ้าเอาไปส่องดูกับแดดจะเห็นโปร่งเป็นจุด ๆ  คล้ายกับจะทะลุทั้งใบ  มีดอกสีเขียว ๆ  ขาว ๆ  ขนาดย่อมกว่าดอกแก้ว  และกลิ่นนี้ก็หอมมาก  ใบมีสีเขียวแก่  และพุ่มงาม  ดอกมีสีขาว

การเจริญเติบโต  :  ต้นโปร่งฟ้าเป็นไม้ที่เกิดตามที่โล่งในป่าทิ้งใบทั่ว ๆ  ไปขึ้นตามเชิงเขา  และตามหินปูน  ตามเรือกสวน  ตามป่าทึบมีเกิดทุกภาคของประเทศไทย

ประโยชน์  :  ต้นโปร่งฟ้าเป็นไม้พุ่มที่งามน่าปลูกทีเดียว

สรรพคุณ  :  รากผสมเป็นยาหยอดตา  แก้ตามืด  ตามัว  ตาฟาง  แสบตา  แก้ฟกบวม  เอารากฝนกับน้ำเย็นรับประทาน  และทา  ใช้แก้พิษงู

 

8.        ต้นผักโขมหัด

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Amaranthus  Virides  Linn.

วงศ์  AMARANTHACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ  ไปเรียก  ผักขม  ผักโขมหัด  ทางภาคใต้เรียก  ผักหม

ลักษณะ  ต้นผักโขมหัด  เป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน  จำพวกผักขมทั่ว ๆ  ไป  ต้นสูงประมาณไม่เกิน  1 – 2 ฟุต  ลำต้นเล็ก ๆ  ไม่อวบอ้วน  เหมือนผักโขมหนาม  ดอกออกตามยอดเป็นช่อชูขึ้นที่ปลายยอด  กิ่งยาว ๆ  สีแดงหม่น ๆ  หรือสีแดงเรื่อ ๆ  คล้ายดอกหงอนไก่  ดอกกลม

การเจริญเติบโต  :  เป็นไม้ที่งอกงามเจริญในดินทุกประเภท  และขึ้นได้ง่ายไม่ต้องทะนุบำรุงอย่างใดก็ขึ้นได้ดี  ถ้าที่นั้นเป็นที่ลุ่มชื้นแฉะยิ่งเจริญมาก

ประโยชน์  :  ดอกใช้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงจิ้งหรีด

สรรพคุณ  :  ราก  ปรุงเป็นยาถอนพิษร้อนภายใน  แก้ไข้และแก้ไข้หัดต่าง ๆ  ใช้ทั้งต้น  เอามาต้มเอาน้ำอาบแก้คัน  ขับปัสสาวะ  ขับเสมหะ  โดยมากมักจะใช้รวมกับผักโขมหิน  และทางแพทย์เรียกผักโขมที่กล่าวนี้ว่า  ผักโขมทั้ง 2

 

9.        ต้นผักเป็ดขาว

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Alternanthera  Triandra

วงศ์  AMARANTHACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ  ไปเรียก  ผักเป็ด  ผักเป็ดขาว  ผักเป็ดไทย

ลักษณะ  ต้นผักเป็ดขาว  เป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน  จำพวกผักหรือต้นหญ้า  ต้นสูงไม่เกิน  8  นิ้วฟุต  ใบเล็กคล้ายใบเทียนต้น  ลำต้นอ่อนเป็นข้อ ๆ  ถ้ายาวมากก็จะเลื้อยไปตามพื้นดิน  มีดอกสีขาวเล็กๆ ใบสีเขียว  ดอกออกตามข้อขั้วใน

การเจริญเติบโต  :  มักเกิดตามที่ลุ่มต่ำแฉะทั่ว ๆ  ไป  ขึ้นได้ทั้งบนบกและในน้ำ  ขยายพันธุ์ได้ง่าย  แยกต้นปลูกหรือหักปลูกก็ได้

สรรพคุณ  :  ใช้ทั้งต้นทั้งราก  เป็นยาดับพิษโลหิต  ฟอกโลหิตประจำเดือน  แก้ประจำเดือนขัดข้อง  บำรุงโลหิต  โดยมากมักจะนำมาทำเป็นยาดองเปรี้ยวเค็ม  เป็นยาระบายอ่อน ๆ  ทั้งฟอกทั้งบำรุงโลหิตสตรี  แก้ระดูสตรีพิการ  เป็นลิ่ม  เป็นก้อน  ดำเหม็น  แก้ปวดเมื่อยบั้นเอวและท้องน้อย

 

10.    ต้นผักเสี้ยนไทย

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Gynandropsis  gynandra

วงศ์  CAPPARIDACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ  ไปเรียก  ผักเสี้ยนไทย  ผักเสี้ยนตัวผู้  ส้มเสี้ยน  ทางพายัพเรียก  ผักส้มเสี้ยน

ลักษณะ  ผักเสี้ยนไทย  เป็นไม้ล้มลุกเล็ก ๆ  เนื้ออ่อน  จำพวกผัก  เช่นเดียวกับพวกต้นแมงลักหรือต้นโหระพา  ใบมีลักษณะคล้ายคลึงกันกับผักเสี้ยนผี  และฝักก็คล้ายคลึงกัน  แต่ไม่มีขน  ใบและต้นไม่มีขน  ต้นสูงประมาณ  1  ฟุตเศษ  ดอกมีสีขาว ๆ  ม่วง ๆ  เป็นประแดงเรื่อ ๆ  ลำต้นและกิ่งก้านเกลี้ยงเกลา  ฝักยาวคล้ายฝักของต้นผักเสี้ยนผี

ประโยชน์  :  ใบและยอดอ่อน  ใช้ดองรับประทานเป็นผักจิ้มน้ำพริก  หรือทำเป็นอาหารอื่นได้

การเจริญเติบโต  :  เกิดตามที่รกร้างว่างเปล่าทั่ว ๆ  ไป  และสถานที่ชื้นแฉะทั่ว ๆ  ไป  เป็นไม้ที่ปลูกขึ้นได้ง่าย  ไม่เลือกกินและภูมิประเทศ

สรรพคุณ  :  ต้น  แก้โลหิตระดูน่าเสีย

                เมล็ด  ฆ่าไส้เดือนในท้อง

                ใช้ทั้งต้น  ปรุงเป็นยาแก้เจ็บหลัง

                ตามตำรากล่าวว่า  สตรีรับประทานมาก ๆ  จะทำให้โลหิตระดูพิการทำให้มีโลหิตระดูขาวมาก  กลิ่นเหม็นจัด

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view