http://www.herbsuper.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ03/09/2010
อัพเดท23/06/2017
ผู้เข้าชม318,263
เปิดเพจ546,189

สมุนไพรไทย มรดกบรรพชนคุณค่าควรคู่สุขภาพ

สมุนไพรหลากหลายชนิดที่คุณต้องการรวมกันที่นี่

ปลาไหลเผือก มหัศจรรย์แห่งสมุนไพรเพื่อศักยภาพความเป็นชายที่สมชาย

ตำรายา "สมุนไพร"โบราณอยู่ที่นี่

"สมุนไพร"ข้อมูลจำเพาะที่คุณควรรู้

วิธีการเก็บสมุนไพร ตามสูตรโบราณ

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้ (ตอนที่1)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้ (ตอนที่2)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่3)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่4)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่5)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(คอนที่6)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่7)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่8)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่9)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่10)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่11)

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่12)

ผลิตภัณฑ์กาแฟสมุนไพรสำหรับผู้ชายสุดยอดความเป็นชายเพื่อคุณ

เกร็ดความรู้เรื่องเครื่องยาหลัก ๆ

สุดยอดสมุนไพรมหัศจรรย์

ข้อมูลจำเพาะ สมุนไพร ที่คุณควรรู้(ตอนที่4)

1.        ต้นตะแบกใหญ่

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Lagerstroemia  Calyculata

วงศ์  LYTHRACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่วไปเรียก  ตะแบก,  ตะแบกใหญ่  ทางเหนือเรียกเปื่อย  จังหวัดสุราษฏร์ธานีเรียก  อ้าย

ลักษณะ  ต้นตะแบกใหญ่  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่  ใบโตปลายใบแหลมคล้ายใบอินทนิลหรือใบลั่นทมไทย  ปลายใบแหลม  ใบเล็ก  ดอกสีขาว  เป็นช่อแบนใหญ่  ดอกหนึ่งๆ แตกออกเป็นกลีบกลม  6  กลีบ  สวยงามดี  พอแก่จวนจะร่วง  จะกลายเป็นสีม่วงแดงเป็นช่อใหญ่งามน่าดู  เราจะพบดอกของต้นไม้ที่คล้ายกันก็คือ  ต้นดอกอินทนิล  ดอกเสลา  ดอกยี่เข่ง  พอดอกร่วงหมดก็จะติดผล  มีผลเป็นลูกกลมโตขนาดนิ้วมือ  มีลักษณะคล้ายหมากดิบสด ๆ เล็ก  หรือพุ่มสีผึ้ง  รวมเป็นช่องามน่าดู  ลำต้นเปลือกเกลี้ยงคล้ายต้นฝรั่ง  แต่มีจุดเป็นดอกด่างๆ ขาวตามลำต้น  ที่โคนต้นตอนพ้นจากดินแล้วมักมีรอยเว้าลึกสูงขึ้นไปอีกเหมือนกลีบมะเฟือง  ไม้ตะแบกใหญ่นี้  ลูก  ดอก  ใบ  จะดูคล้ายกันกับต้นเสลา  อินทนิน  ยี่เข่ง  เพราะเป็นไม้สุกลเดียวกัน

การเจริญเติบโต  :  เป็นไม้ชอบขึ้นตามป่าราบ  ป่าเบญจพรรณ  มีประปรายทุกภาคในประเทศไทย  ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ดเพาะหรือตอนกิ่งก็ได้

ประโยชน์  :  ใช้ปลุกเป็นไม้ประดับ  เนื้อไม้ใช้เป็นอุปกรณ์ในการก่อสร้างได้ดี  เป็นไม้แข็งแรงรองลงมาจากไม้สัก

สรรพคุณ  :  เปลือก  ทำเป็นยาแก้บิด  และมูกเลือด  หรือแก้ลงแดง

 

2.        ต้นตะรังตังช้าง

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Laportea  Stimulans

วงศ์  :  URTICACEAE

ชื่อที่เรียก  ตะรังตังช้าง  พายัพเรียก  หานเดื่อ  ทางภาคใต้เรียก  ลังตังช้าง

ลักษณะ  ต้นตะรังตังช้าง  เป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก  มีใบโตขนาดใบสัก  เป็นขนสีขาว  ออกหนาตลอดทั้งต้น  ไม้ชนิดนี้  ขนของมันมีพิษถ้าไปถูกเข้า  ขนของมันก็จะคายพิษออกมา  ทำให้เกิดอาการคัน  ผู้ที่ถูกจะมีอาการคันและเกาจนหนังถลอกเป็นแผลเรื้อรัง  และมีอาการเจ็บปวดเป็นกำลัง  น้ำเหลืองที่เป็นแผลก็จะแตกออกเป็นแผลและซึมออกไป  ทำให้เกิดเป็นแผลต่อไปอีก  บางทีก็มีอาการแสบปวดร้อน มีอาการบวม  บางทีก็ทำให้อาการแน่น  อาจถึงแก่ความตายได้

การเจริญเติบโต  :  มีขึ้นเป็นหมู่ใหญ่ ๆ  ประปรายตามป่าดิบและป่าอื่น ๆ  ทั่วไป  มีทุกภาคของประเทศไทย

ประโยชน์  :  เคยมีผู้ปลูกเป็นรั้วไว้กันขโมยหรือกันคนเข้าบ้าน  ถ้าใครไปถูกเข้าก็จะมีอาการคัน  ลำต้นใช้ทำใย  ทำเชือกหยาบ ๆ  และทำผ้าหยาบ ๆ ได้

สรรพคุณ  :  สรรพคุณทางยายังไม่ปรากฏ  แต่ถ้ามีผู้ถูกขนของมันเข้าแล้วก็จะเกิดอาการคัน  วิธีแก้  ให้เอากะปิมาปั้นเป็นก้อน  แล้วเอาคลึงตรงบริเวณที่ถูกขนหรือบริเวณที่มีอาการคันก็จะหาย  หรือจะใช้ใบตำลึงขยี้ให้ช้ำและคลึงตรงบริเวณที่ถูกขนของมันหรือบริเวณที่คันก็หายเหมือนกัน

 

 

3.        ต้นตาเสือ

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Amoora  polystachya

วงศ์  MELIACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ  ไปเรียก  ตาเสือ  ทางภาคพายัพเรียก  มะหังก่าน

ลักษณะ  ต้นตาเสือ  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่  ลำต้นเป็นพุ่มใหญ่  แบน  แจ้  มีดอกสีเหลือง  หอม  ลักษณะของดอกตาเสือคล้ายดอกประยงค์  แต่เขื่องกว่าเล็กน้อย  ผลมีขนาดต่าง ๆ  กัน  หรือสีแดงเมล็ดมีเยื่อมีแดงหุ้ม  พอผลแก่ก็แตกอ้าออกจะเห็นเมล็ดสีแดงข้างในคล้ายกับตาเสือ  มีเยื่อสีแดงหุ้มอยู่

การเจริญเติบโต  :  เนื้อไม้ทำอุปกรณ์เครื่องเรือ  ทำอุปกรณ์เครื่องเรือน  ทำเครื่องใช้ต่าง ๆ  ต้นทำเป็นไม้ร่มได้ดี  เนื้อไม้เหนียวและแข็งดีมาก  ใบพัดเครื่องบินก็ใช้ไม้ชนิดนี้ทำ

สรรพคุณ  :  ต้นตาเนื้อมีรสฝาด  เนื้อไม้  ใช้ทำเป็นยาสมานท้อง

       ลูก  แก้ปวดข้อ

       ใบ  ตำพอกแก้บวม

       เปลือก  แก้ทางโลหิต  ขับโลหิต  และกล่อมเสมหะ  แก้ปวดข้อ

 

4.        ต้นตำแยตัวผู้

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  :  Acalypha  indica

วงศ์  EUPHORBIACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  ตำแยตัวผู้  ตำแยแมว  ทางพายัพเรียก  หานแมว

ลักษณะ  ต้นตำแยตัวผู้  เป็นไม้ล้มลุกต้นเล็ก  เนื้ออ่อนจำพวกต้นหญ้า  ลำต้นสูงประมาณ  2  ฟุต  ลำต้นยืนตรง  ใบกลมโต  ปลายใบแหลมเล็กน้อย  มีจักเล็ก ๆ  ตามริมใบ  ใบโตกว่าพุทราเล็กน้อย  ดอกออกตามต้น  ลักษณะคล้ายใบอ่อนเล็ก ๆ  ติดอยู่ด้วย  ต้นสดหรือแห้งมีน้ำมันระเหย

การเจริญเติบโต  :  เกิดตามที่รกร้างว่างเปล่าทั่ว ๆ  ไป  ตามกองอิฐหินปูนเก่า ๆ  ตามพื้นที่ดินเย็น

ประโยชน์  :  ต้นตำแยนี้  แมวชอบรับประทาน  เพราะเมื่อแมวกินแล้วทำให้อาเจียน ถอนพิษต่าง ๆ  ได้

สรรพคุณ  :  ต้นและใบ  ทำให้อวัยวะช่องทางเดินอาหารระคายเคือง  ขับเสมหะ  ถ้าใช้มากทำให้อาเจียน

                ใช้ใบสด ๆ  นำมาแกงเลียงให้เด็ก ๆ  รับประทานเป็นยาขับพยาธิเส้นด้ายออกดี

 

5.        ต้นตำลึงตัวผู้

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Melothria  heterophylla

วงศ์  :  CUCURBITACEAE

ชื่อที่เรียก  ในไทยทั่ว ๆ ไปเรียก  ตำลึง  ตำลึงตัวผู้  ทางจังหวัดเชียงใหม่เรียก  ผักแคบ

ลักษณะ  ต้นตำลึงตัวผู้  เป็นไม้เถาหรือเครือจำพวกฟัก  แฟง  แตงกวาเลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้ใหญ่  หรือริมริ้ว  หรือเกาะอยู่ตามที่มันเลื้อยผ่านไป  มีมือเล็กยาว  กิ่งก้านที่มันเกาะสีขาวโตประมาณนิ้วมือ  ลักษณะของใบเว้าข้างลึก ๆ  สีเขียว  ดอกสีขาว มี  5  แฉก  ตำลึงตัวผู้จะมีดอก  แต่ไม่มีลูก

การเจริญเติบโต  :  ตำลึงตัวผู้ขึ้นได้ง่ายในดินทุกชนิด  และมีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย  ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ดจากต้นตำลึงตัวเมีย

ประโยชน์  :  ต้นตำลึงตัวผู้นี้  ใบรับประทานเป็นผักได้  เช่น  นำมาแกงเลียงหรือแกงหมูสับก็ได้

สรรพคุณ  :  ใบ  ปรุงเป็นยาเย็น  ดับพิษร้อน  ถอนพิษไข้ต่าง ๆ  ใบสุด ๆ  ตำให้ละเอียด  ทาตามร่างกายคนถูกพิษต่าง ๆ  ที่มีอาการเจ็บปวดแสบร้อนคันหาย  หรือคนถูกหมามุ้ยหรือถูกต้นตะรังตังช้าง  ก็ใช้ได้เช่นเดียวกัน

เถา  ทำเป็นยาเย็น  ดับพิษต่าง ๆ

 

6.        ต้นถั่วแระผี

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Cajanus  indicus

วงศ์  LEGUMINOSAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  ถั่วแระผี  ทางพายัพเรียก  มะแฮะ  ทางจังหวัดชุมพรเรียก  ถั่วแรด

ลักษณะ  ต้นถั่วแระผี  เป็นไม้ยืนต้นหรือไม้พุ่มงาม  ลำต้นสูงไม่เกิน  2  วา  ใบเล็ก  ปลายใบแหลม  มีขนเป็นฝ้าขาว ๆ  ดอกเป็นลักษณะดอกถั่ว  สีแดงหรือชมพูเรื่อ ๆ  คล้ายถั่วดำ  มีฝักเล็ก ๆ  เป็นขนเล็กน้อย  ฝักคล้ายฝักถั่วเหลืองมาก  เมล็ดในฝักใช้รับประทานเป็นอาหารได้ มีเมล็ดโป่งอยู่ในฝัก  2 -3  เม็ดต่อ  1  ฝัก  เมล็ดเอนจนเกือบจะนอน

การเจริญเติบโต  :  ปลูกกันมากตามสวนและตามไร่  ตามภาคกลาง  ภาคเหนือ  และทุกภาคของประเทศไทย  ขยายพันธุ์ได้ด้วยการใช้เมล็ด

ประโยชน์  :  เมล็ดเอามาทำเป็นแป้งและต้มรับประทานเป็นอาหารได้  ฝักแห้งก็กระเทาะเอาเมล็ดออกขายได้

สรรพคุณ  :  ราก  ปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ  ขับก้อนนิ่วที่เกิดจากไต  แก้ไตพิการ  แก้น้ำเบาพิการ  กระตุ้นเตือนให้ไตทำงาน  ต้นและใบ  ขับลมให้ลงเบื้องต่ำ  แก้เส้นเอ็นพิการ

 

7.        ต้นเถาคันขาว

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Cissus  Carnosa  Roxb.

วงศ์  :  AMPELIDACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ  ไปเรียก  เถาคันขาว  เถาคัน

ลักษณะ  ต้นเถาคันขาว  เป็นไม้เลื้อยล้มลุกเครือจำพวกฟัก  แฟง  เลื้อยพาดพันไปตามพื้นดิน  ตามต้นไม้และที่ต่าง ๆ  ใบมีสีเขียว  เถาก็สีเขียว  ริมใบเป็นจัก ๆ  มีใบย่อย  3  ใบ  ดอกออกเป็นช่อใหญ่หนาแบนคล้ายกับดอกกะตังใบหรือดอกเถาวัลย์ปูนหรือฝิ่นต้น  ผลกลมโตเหมือนผลมะแว้ง  แต่เล็กกว่าเล็กน้อย  เมื่อยังดิบอยู่จะมีสีเขียว  ใช้รับประทานเป็นอาหารได้  เช่น  แกงส้ม  แกงคั่ว  แต่พอสุกจะมีสีดำ  เอามาบีบออกดูจะมีน้ำเป็นสีม่วงแดง  แต่น้ำในผลทำให้คันมาก  ไม้พวกต้นเถาคันขาวนี้  ถ้าต้นที่โต  จะโตถึงขนาดข้อมือทีเดียวตัดออกดูจะเห็นว่าเนื้อในเป็นวงๆ สีแดง  หรือสีเหลืองแก่สลับกันคล้าย ๆ  กับเถาวัลย์เปรียงหรือเถากำแพงเจ็ดชั้น

การเจริญเติบโต  :  มีขึ้นตามที่รกร้างว่างเปล่า  และป่าราบทั่ว ๆ  ไปตามบ้านตามเรือกสวน  ตามที่ต่างๆ ก็ขึ้นได้  และเจริญได้ง่าย  ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ด

ประโยชน์  :  ผลอ่อน ๆ  รับประทานเป็นอาหารได้  โดยนำมาทำเป็นแกงรับประทาน  เช่น  แกงคั่ว  แกงส้ม  เป็นต้น

สรรพคุณ  :  เถาปรุงเป็นยาต้มรับประทานขับเสมหะลงสู่คูถทวาร  แก้กษัยทำให้เส้นหย่อน  ฟอกเลือด  แก้ฟกช้ำภายใน  ปรุงเป็นยารับประทานแก้ลมวิงเวียนหน้ามืด  ใบ  เอามาอังไฟพอเหี่ยว  ปิดฝีบ่มหนองได้ดี  ถ้าฝีแตกแล้วมันก็ทำหน้าที่ดูดหนองด้วย

 

8.        ต้นทรงบาดาล

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Cassia  glauca  Lamk.

วงศ์  LEGUMINOSAE

ชื่อที่เรียก  ทั่ว ๆ  ไปเรียก  ทรงบาดาล  ขี้เหล็กบ้าน  ทางภาคพายัพและจังหวัดเชียงใหม่เรียก  สะเก้ง

ลักษณะ  ต้นทรงบาดาล  เป็นไม้พุ่มขนาดย่อมถึงขนาดกลาง  หรือถ้าจะถือเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ก็ได้  ใบกลมมนคล้ายใบขี้เหล็ก  ให้สีเขียวอ่อนซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับใบชุมเห็ดไทย  ดอกมีสีเหลืองออกเป็นช่อลักษณะก็เหมือนกับดอกชุมเห็ดหรือดอกขี้เหล็ก  หรือดอกแสมสารหรือดอกผักเค็ด  เวลาออกดอกเต็มต้นจะดูสวยงามน่าดู  มีฝักแบนบางคล้ายฝักถั่วแปบหรือฝักส้มป่อย

การเจริญเติบโต  :  ในกรุงเทพฯ  จะปลูกกันเป้นไม้ประดับตามข้างถนนตามบ้านเรือนก็มีปลูกกันบ้าง  จะพบตามที่อื่น ๆ  ได้ในป่าราบและป่าเบญจพรรณเป็นไม้ที่เจริญงอกงามดี  และปลูกก็ง่ย  ใช้เมล็ดหรือจะใช้ตอนกิ่งก็ปลูกได้

สรรพคุณ  :  ราก  ปรุงเป็นยาถอนพิษไข้  ถอนพิษผิดสำแดง  พิษไข้ทำให้สะอึกแก้ไข้กลับ  ไข้ซ้ำ  แก้อาการผิดสำแดง  คือ  อาการที่รับประทานของแสลงที่เป็นพิษ

                การสะอึกที่เนื่องจากกระเพาะอาหารขยายตัว  ก็ใช้รากทรงบาดาล  รากมะกล่ำเครือ  รากมะอึก  ปนกัน  แก้สะอึก

 

9.        ต้นทองกวาว

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  Butea  frondosa

วงศ์  LEGUMINOSAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  ทองกวาว  จังหวัดราชบุรี  ทองต้น  ทางพายัพเรียกกาว  จังหวัดอุบลราชธานีเรียก  จาน

ลักษณะ  ต้นทองกวาว  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่  ดอกคล้ายดอกแคแดง  มีสีแดงแสด  ก้านหนึ่งมีใบย่อย  3  ใบ  ลักษณะคล้ายใบทองหลางใบมน  ใบดอกแน่นหนาทึบ  ดอกออกเวลาทิ้งใบดูแดงไปทั้งต้น  ลักษณะของดอกใหญ่สีแดง  งามคล้ายดอกแคหรือดอกทองหลาง  เนื้อไม้เมื่อยังใหม่  เนื้อเหลืองนวล  ไม่มีแก่น ทิ้งเอาไว้นาน ๆ  เข้าก็กลายเป็นสีนวลปนเทา  เนื้อไม่ห่าง  อ่อน  พอแห้งแล้วจะเบา  และหดตัวมากไม่แข็งแรงและทนทาน้ำหนัก  1  ลูกบาศก์ฟุตต่อ  34-35  ปอนด์

การเจริญเติบโต  :  มีขึ้นประปรายในป่าเบญจพรรณ  ป่าราบ  หรือป่าแดง  ป่าทุ่ง  ทั่วประเทศ

ประโยชน์  :  ดอก  รับประทานเป็นอาหารได้  เนื้อไม้เอามาทำกระดาน  ทำอุปกรณ์ต่าง ๆ  ดอกให้สีเหลือง  ใช้ย้อมผ้าได้  ส่วนต้นนั้นจะปลูกเอาไว้เลี้ยงครั่งกันมาก  ถ้าเผาเป็นถ่านจะได้ความร้อนเป็นแคลอรี่  6607

สรรพคุณ  :  ดอกใช้ถอนพิษไข้  ขับปัสสาวะ

                ใบ  ตำพอกแก้สิว  และฝี  ใบ  เข้ายาบำรุงกำลัง

                ยาง  รับประทานแก้ท้องร่วง

                เมล็ด  ขับไส้เดือนและพยาธิ

                เมล็ดนำมาบดผสมกับน้ำมะนาว  ทาแก้ผิวหนังอักเสบ  แก้คันแสบร้อน  หนังเป็นผื่นแดงคัน

 

10.    ต้นทองพันชั่ง

 

ชื่อทางพฤกษศาสตร์  :  Rhinacanthus  nasutus

วงศ์  ACANTHACEAE

ชื่อที่เรียก  ทั่วไปเรียก  ทองพันชั่ง  ทองพันดุลย์

ลักษณะ  ทองพันชั่ง  เป็นต้นไม้เล็ก ๆ  สูงประมาณ  3 – 4  ฟุต  ใบมีลักษณะเหมือนใบพริก  แต่โตกว่า  สีเขียวอมเหลือง  มีจุดด่างเป็นกระสีเหลืองอ่อน ๆ  ในใบ  มีกลิ่นหอม  ดอกมีสีขาว  สังเกตดุให้ดีจะเห็นคล้ายมีนกยางเกาะที่ต้น  มีลักษณะเหมือนตัวนกยูงสีขาว  ดอกมีสีขาวบริสุทธิ์น่าดู

การเจริญเติบโต  :  ต้นทองพันชั่งปลูกขึ้นง่ายในดินชุ่มชื้น  ปลูกก็ง่าย  งอกงามดีมาก  หักกิ่งปลูกก็ขึ้นได้

ประโยชน์  :  ถ้าต้นงามปลูกไว้ดูดอกก็งามดี  และสวยน่าดู

สรรพคุณ  :  ใบ  มีรสเบื่อเมา  ใช้รับประทานเป็นยาดับพิษไข้ราก  ปรุงเป็นยาแก้กลากเกลื้อนผื่นคันได้  โดยเอามาแช่ในแอลกอฮอล์  ทิ้งไว้สัก 2 – 3  อาทิตย์

                เอาทั้งต้นตากให้แห้ง  บดให้ละเอียดหรือไม่บดก็ได้  ชงเป็นชารับประทานต่างน้ำ  แก้โรคเบาหวานได้  (กัน)

                ต้นทองพันชั่ง  นำมาต้ม  แล้วเอาน้ำซักผ้า  จะทำให้ผ้ามีกลิ่นหอมดี

 

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view